สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 พ.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 พ.ค. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิพ หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน ขณะที่อัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ได้ระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดวิตกกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,679.90 จุด ลดลง 84.10 จุด หรือ -0.33% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,840.23 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,702.38 จุด ลดลง 113.91 จุด หรือ -1.46%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งถ่วงตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มผู้ผลิตเครื่องแต่งกายนำตลาดลดลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลบ 1.06% ปิดที่ 377.46 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,358.59 จุด ลดลง 79.64 จุด หรือ -1.46% และ ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,041.29 จุด ลดลง 197.65 จุด หรือ -1.61% ส่วนดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,310.88 จุด ลดลง 37.74 จุด หรือ -0.51%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสหรัฐสั่งห้ามบริษัทในประเทศทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยของจีน นอกจากนี้ การเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทไรอันแอร์ กระตุ้นแรงขายหุ้นกลุ่มสายการบิน

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,310.88 จุด ลดลง 37.74 จุด หรือ -0.51%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้แสดงความต้องการที่จะขยายเวลาปรับลดการผลิตไปจนถึงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพรุ่งนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 63.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 71.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.6 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 1,277.30 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 5.7 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 14.445 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 6.10 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 814.20 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 25.20 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 1,331 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านใหม่และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนประจำเดือนเม.ย.

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.97 เยน จากระดับ 110.10 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0083 ฟรังก์ จากระดับ 1.0110 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3431 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3442 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1168 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1159 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2726 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2725 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6905 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6866 ดอลลาร์สหรัฐ