โบรกฯ อัพเป้า GFPT ใหม่ 18.50 บ. ฟันธงไตรมาส 2 กำไรโตเด่น

โบรกฯ อัพเป้า GFPT ใหม่ 18.50 บ. ฟันธงไตรมาส 2 กำไรโตเด่น

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วันติด นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 16.10 บาท เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2562 โดยราคาหุ้นปิดตลาดวานนี้ (19 มิ.ย.) ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 17.10 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 122.66 ล้านบาท ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มผลงานดำเนินงานในไตรมาส 2/62 ของ GFPT จะเติบโตขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากราคาหมู-ไก่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และเป็นช่วงไฮซีซั่นต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/62 ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าผลงานในปี 2562 จะเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น

โดยนักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GFPT โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.50 บาท จากเดิม 16.50 บาท/หุ้น ซึ่งเลื่อนไปอิงกับ P/E ปี 63 ที่ 15.5 เท่า และยังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2562-2563 ขึ้น 1% และ 6% เป็น 1.4 พันล้านบาท และ 1.5 พันล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดการณ์เดิม และยอดส่งออกจะแข็งแกร่งต่อในปี 2563

ทั้งนี้โรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน (ASF) กระตุ้นให้อุปสงค์เนื้อไก่เพิ่มขึ้น เพราะหลังจากเกิด ASF ระบาดในจีนและเวียดนาม ก็ได้มีการทำลายหมูไปมาก (ในจีนคาดว่าจะทำลายไปแล้วกว่า 100 ล้านตัว ส่วนในเวียดนามทำลายไปแล้วกว่า 2 ล้านตัว) ซึ่งทำให้ขาดแคลนเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ราคาเนื้อหมูที่ไม่ติดโรคระบาดในจีนและเวียดนามก็พุ่งขึ้นแรง (สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่าราคาเนื้อหมูในจีนเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 18.2% เมื่อเทียบจากปีก่อน และราคาเนื้อหมูในประเทศเกิดใหม่เพิ่ม 15%เมื่อเทียบจากปีก่อน) สิ่งที่ตามมา คือ ความต้องการซื้อเนื้อไก่ที่ไม่มีโรคระบาดและราคาถูกกว่าซึ่งเป็นสินค้าทดแทนก็เพิ่มขึ้น

ส่วนการส่งออกของ GFPT สดใสต่อในไตรมาส 2/62 โดยเฉพาะการส่งออกไปจีน คาดว่ายอดส่งออกไตรมาส 2 ปีนี้จะยังเติบโตเป็นเลขสองหลักเมื่อเทียบจากปีก่อน เพราะฐานส่งออกไปจีนในงวดไตรมาส 2/61 ต่ำมากเนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นส่งออกเป็นไตรมาสแรก  <มูลค่าส่งออกไก่แปรรูป (42% ของรายได้รวม) งวดไตรมาส 1/62 ขยายตัว 18% เมื่อเทียบจากปีก่อน เพราะในไตรมาส 1/61 ยังไม่มีการส่งออกไก่ไปจีน>

ขณะเดียวกันราคาไก่ในประเทศขยับขึ้นเป็น 37-38 บาท/กก. (+3% จากเฉลี่ยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562) ส่งผลให้ราคา By product ของ GFPT และของ GFN (GFPT ถือหุ้น 49%) ดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นผลดีกับอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/622

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ประมาณการว่าไตรมาส 2/62 จะเพิ่มเป็น 14.5% จาก 13.5% ในไตรมาส 1/62 และมีโอกาสขยับขึ้นถึง 15% ได้ในไตรมาส 3/62 เนื่องจากได้รับผลดีจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพด & กากถั่วเหลือง) ต่ำลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้าที่ทำให้สหรัฐส่งออกถั่วเหลืองมาจีนได้น้อยลง รวมทั้งโรคระบาด ASF ทำให้การเลี้ยงสุกรในจีนน้อยลง ความต้องการใช้กากถั่วเหลืองก็น้อยลงด้วย รวมทั้งไตรมาส 3 เป็น High Season ของส่งออกทำให้มี Economy of scale สูง

ดังนั้นจึงคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/62 เท่ากับ 291 ล้านบาท เติบโต 38% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 28% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน โดยให้ยอดขายเพิ่ม 5% เมื่อเทียบจากปีก่อน, 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน อัตรากำไรขั้นต้น 14.5% และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มเป็น 35 ล้านบาท (จาก 22 ล้านบาทในไตรมาส 1/62)

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GFPT ปรับราคาเป้าหมายเป็น 18.50 บาท/หุ้น จากเดิมที่ 16.20 บาท/หุ้น โดยปีนี้เป็นปีที่ GFPT กลับมาเติบโตสูง 38% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาไก่ฟื้นตัว ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง การส่งออกจีนเพิ่มขึ้น อีกทั้ง McKey มีกำไรเพิ่มขึ้นจากอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับ GFN ฟื้นตัวตามราคาไก่และ By Products

ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 เติบโตมากกว่า 40% ทั้งเมื่อเทียบจากปีก่อน และเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนจากฐานต่ำ และเข้าสู่ไฮซีซั่น อีกทั้งได้ผลบวกจากการมีสต็อควัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ราคาต่ำ โดยราคาเฉลี่ยของข้าวโพดในไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 9.6 บาท/กก. และกากถั่วเหลือง 14.6 บาท/กก.

ขณะที่ราคาไก่เพิ่มขึ้นกว่า 6% เมื่อเทียบจากปีก่อนมาที่ 35 บาท/กก. ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทคาดจะพลิกจากขาดทุนในไตรมาส 2/61 มาเป็นกำไร เนื่องจาก McKey มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น และ GFN ฟื้นตัวดีขึ้นจากราคาไก่และ By product ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น GFPT ได้บันทึกประมาณการผลประโยชน์พนักงานฯ ไปแล้ว 110 ล้านบาทในไตรมาส 4/61 จึงไม่มีรายการดังกล่าวในไตรมาส 2/62 เหมือนบริษัทอื่นๆ