จับตา“อุตตม-สมคิด”อัดยาแรง! ชง 4 มาตรการวงเงินกว่า 2 แสนลบ.เข้าครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้

จับตา“อุตตม-สมคิด”อัดยาแรง! ชง 4 มาตรการวงเงินกว่า 2 แสนลบ.เข้าครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้

สืบเนื่องจากกรณีที่วานนี้ (14 ส.ค.62) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.62) จากเดิมที่จะนำเข้าพิจารณาครม.ในวันที่ 19 ส.ค.62

โดย นายสมคิด กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แรงพอสมควร เนื่องจากช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นช่วงเลือกตั้ง เห็นได้ชัดว่าการเบิกจ่ายของราชการน้อยจากปกติ การเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าเป้า การส่งออกก็ไม่ดีจากภาวะเศรษฐกิจโลก จึงถึงเวลาที่ต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจเสร็จสิ้นแล้ว นายอุตตม จะแถลงมาตรการที่ออกมาทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรการที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง

“หลังจากมาตรการรอบนี้จะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตร ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ จะเสนอการประกันรายได้เกษตรกร ผู้ปลูกปาล์ม ที่ราคาก.ก.ละ 4บาท ที่ปริมาณน้ำมัน 18% และตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเสนอการประกันรายได้ชาวสวนยาง ที่ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ก.ก.ละ 60บาท”

ทั้งนี้ “ผู้สื่อข่าวรายงานว่า” ในวันพรุ่งนี้กระทรวงคลังจะเสนอให้ ครม. เศรษฐกิจพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะเสนอให้ครม. วันที่ 20 ส.ค. โดยเชื่อว่ามาตรการที่จะเกิดขึ้นหลักๆ คือ

1.มาตรการให้เงินอุดหนุนการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง คนละ 1,500 บาท แก่ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐบาลคาดจะมีผู้ได้ใช้สิทธิราว 15 ล้านคน เบื้องต้นคาดใช้วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท

2.มาตรการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 1,000 บาท เบื้องต้นคาดใช้วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท

3.มาตรการประกันรายได้เกษตรกร: ผ่านการประกันราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว, อ้อย, ยางพารา, มันสำปะหลัง, ปาล์ม เป็นต้น เบื้องต้นคาดใช้วงเงิน 5.3 หมื่นล้านบาท

4.มาตรการลดภาระดอกเบี้ยแก่ SME เบื้องต้นคาดใช้วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท