ใจสู้หรือเปล่า?

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ทำให้ “โมนิก้า” ไม่ค่อยมีอารมณ์ไปวิเคราะห์ “เรื่องนั้น เรื่องนี้” ให้เสียเวลาเล่นรอบ เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ในกระแสสังคมเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดเยื้อ ซึ่งเหมือนกับเรื่องที่เคยย้ำให้ฟังเป็นประจำว่า เมื่อดัชนีผ่านกระบวนการพลิกแนวต้านเป็นแนวรับ พร้อมกับย่ำฐานทดสอบแรงเทขายอีกพักใหญ่ ๆ ก็จะวิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่สูงขึ้นกว่าเดิมนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ทำให้ “โมนิก้า” ไม่ค่อยมีอารมณ์ไปวิเคราะห์ “เรื่องนั้น เรื่องนี้” ให้เสียเวลาเล่นรอบ เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ในกระแสสังคมเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดเยื้อ ซึ่งเหมือนกับเรื่องที่เคยย้ำให้ฟังเป็นประจำว่า เมื่อดัชนีผ่านกระบวนการพลิกแนวต้านเป็นแนวรับ พร้อมกับย่ำฐานทดสอบแรงเทขายอีกพักใหญ่ ๆ ก็จะวิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่สูงขึ้นกว่าเดิมนะคะ

*ยิ่งตลาดฯ ไปให้น้ำหนักในเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแรงกระเพื่อมมากขึ้นเท่านั้น “โมนิก้า” ถึงอยากให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเสียที เพราะวันนี้ต้องมองไปข้างหน้ากันอย่างเต็มตัว ไม่มีเวลามานั่งสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคำแนะนำจากเดี๊ยนจะเป็นเพียงแค่สายลมที่พัดเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาซะมากกว่า..อิอิอิ

*ถามว่าเดี๊ยนยังมีอารมณ์ขันมาเล่าเรื่องแบบนี้อีกเหรอ? เดี๊ยนขอตอบว่าก็ไม่มีอะไรต้องซีเรียสแล้วไม่ใช่เหรอ? เพราะทุกคนต่างรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นอย่างดี “โมนิก้า” ถึงเห็นดัชนีทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทะลุแนวต้านย่อย 1,620 จุด ต่อจากนั้นวิ่งผ่านแนวต้าน 1,650 จุด และสามารถสร้างฐานเหนือแนวต้าน 1,650 จุดรวมสัปดาห์นิด ๆ ก็เป็นผลมาจากก๊วนนักลงทุนสถาบันเข้ามาไล่หุ้นอีกรอบน่ะซี

*ประเด็นตรงนี้เห็นได้จากการเคลื่อนตัวของดัชนีขึ้น ๆ ลง ๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนล่าสุดลงมายืนที่ 1,660.68 จุด ลบไป 13.35 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.01 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะที่น่าจะทำให้กองเชียร์ฮึกเหิมไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว เพราะข้อมูลที่แสดงออกมาในเที่ยวนี้ มันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางจิตใจมากกว่าความกังวล วันนี้ถึงต้องซอยยิก ๆ เพื่อเพิ่มทุนทรัพย์ในกระเป๋าของแต่ละท่านนะคะ

*ตลกเหลือรับประทานสุด ๆ “โมนิก้า” คงโฟกัสไปที่สุดเลิฟอย่างหุ้น GULF เป็นลำดับแรก เพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจสเต็ปขึ้นลงของหุ้นในแต่ละช่วงมีสตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเหมือนกับในช่วงที่บริษัทได้โปรเจกต์ใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นก็ทะยานขึ้นแบบไม่เหลียวหลัง แต่ทันทีที่ราคาหุ้นเริ่มย่อตัวลงมาเล็กน้อย ก็มีแก๊งก๊วน สื่อสกปรกออกมาสร้างเรื่องโกหกแมงเม่าเสียอย่างนั้นเจ้าค่ะ

*โดยเฉพาะข่าวในกลุ่มไลน์เถื่อนที่ใช้ชื่อว่า “คันหุ้น” ภายใต้การกำกับของ “เจ๊มด” เม้าท์เป็นตุเป็นตะว่าบริษัทมีการไซฟ่อนเงินออกไปเยอะ (เลียนแบบหุ้นเอิร์ธ) และยังเบี้ยวเงินแบงก์ KTB หลายหมื่นล้านบาทนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องระยำตำบอนครั้งหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่าผู้บริหารที่นั่งกุมบังเหียนประวัติคลีนกันทุกคน และเขาไม่เอาชื่อเสียงมาทิ้งด้วยเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ทีมกฎหมายของบริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเล่นงานกลุ่มไลน์เถื่อนแบบจัดหนักจัดเต็มในข้อหา Fake News แบบนี้ “โมนิก้า” เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการกระทำดังกล่าว และสนับสนุนให้เดินหน้าลุยสุดซอยไปเลย ส่วนแมงเม่าหลงผิดก็ควรหูตาสว่างได้แล้ว เดี๊ยนถึงอยากให้เลิกกังวลกับการอ่อนตัวของราคาหุ้นในระยะสั้น ๆ เพราะในระยะยาวหุ้นไปไกลกว่านี้เยอะนะนายจ๋า!

*อีกหนึ่งรายที่โดนถล่มหนักแบบไม่รู้ตัว “โมนิก้า” คงต้องหันมามอง ADVANC เป็นลำดับถัดไปในทันที หลังหุ้นทรุดลงมาปิดที่ 221 บาท ลบไป 8 บาท หรือลงไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.77 พันล้านบาท มันเป็นช็อตที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันยกใหญ่ว่ารอบนี้จะลงไปลึกแค่ไหน? เพราะมีแรงขายไหลออกมาเยอะกว่าปกติ จึงเป็นประเด็นที่น่ารักน่าลุ้นสำหรับพวกขาลุยนะจะบอกให้

*เหมือนกับในรายของหุ้นร้อน PTTEP ทรุดตัวลงมาปิดที่ระดับ 121 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.24 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ขาประจำห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะกระแสโดยรวมของหุ้นตัวนี้ยังดูดี บวกกับเมื่อคำนวณจากค่า P/E 11 เท่า และค่า P/BV 1.35 เท่า มันเป็นช็อตที่ไม่มีอะไรต้องกังวลจริง ๆ จึงอยากให้แฟนคลับใช้สติกับเรื่องนี้สักนิดหนึ่งก็เท่านั้นเองค่ะ

*คล้ายคลึงกับกรณีของ AOT เล่นไปเล่นมาก็ปาเข้าไปรอบที่ 2 เสียแล้ว แถมแพตเทิร์นของหุ้นก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับเริ่มหันมามองกรอบ 70-75 บาทตั้งแต่เนิ่น ๆ หลังหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ระดับ 73 บาท ลบไป 1.25 บาท หรือลงไป 1.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.29 พันล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะที่ทำให้ใครหลายคนเกิดอาการตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิมพะยะค่ะ