MTC โชว์กำไรเยี่ยม

เป็นไปตามนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้กับผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ของ MTC รายงานออกมาถือว่าเติบโตอย่างแข็ง

คุณค่าบริษัท

เป็นไปตามนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้กับผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC รายงานออกมาถือว่าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

โดยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมา 3,304.14 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,710.84 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,080.40 ล้านบาท หรือ 0.51 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 965.25 ล้านบาท หรือ 0.46 บาทต่อหุ้น

เหตุที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1) สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28% จากงวดเดียวกันของปีก่อน,  พร้อมเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 14% จากต้นปีถึงปัจจุบัน) หนุนโดยจำนวนสาขาที่สูงขึ้นอยู่ที่ 3,961 แห่ง (จากไตรมาส 3/2561 ที่ 3,178 แห่ง และจากไตรมาส 2/2562 ที่ 3,739 แห่ง)

2) NPLs ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 0.98% (จากไตรมาส 3/2561 ที่ 1.26% และไตรมาส 2/2562 ที่ 1.09%) และ 3) ค่าใช้จ่ายสำรองฯ หดตัวลง 27% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และลดลง 39% จากไตรมาสก่อน

ผลดังกล่าวทำให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9,232.96 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 7,595.13 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,106.55 ล้านบาท หรือ 1.47 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,711.07 ล้านบาท หรือ 1.28 บาทต่อหุ้น ถือเป็นการตอกย้ำว่าการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นหนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

ในขณะที่ทางนักวิเคราะห์บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2562 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า จากฐานสาขา และสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีโอกาสที่จะ reverse สำรองฯ ส่วนเกินจากความชัดเจน และเพียงพอต่อการตั้งสำรองฯ ตาม TFRS 9

พร้อมกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 4.4 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากสินเชื่อที่ขยายตัว 22.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามสาขาที่จะเปิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ NPLs ratio ที่ปรับตัวลดลงจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ unsecured loan มากขึ้น

ทั้งนี้คาดว่าผลการดำเนินงานในระยะยาวที่จะยังแข็งแกร่ง และขยายตัวต่อเนื่องถึงปี 2563 EPS CAGR +23% รวมทั้ง ROAE จะอยู่ในระดับที่สูงกว่า 30% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งรับผลบวกในแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง และหนุนให้เกิดโอกาสในการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 68.00 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นางดาวนภา เพชรอำไพ 720,000,000 หุ้น 33.96%
  2. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ 710,056,400 หุ้น 33.49%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 107,462,633 หุ้น 5.07%
  4. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 51,790,500 หุ้น 2.44%
  5. STATE STREET EUROPE LIMITED 42,028,174 หุ้น 1.98%

รายชื่อกรรมการ

  1. พล.ร.อ.อภิชาติ เพ็งศรีทอง ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  2. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นางดาวนภา เพชรอำไพ กรรมการผู้จัดการ,  กรรมการ
  4. นายศึกษิต เพชรอำไพ กรรมการ
  5. นายโยธิน อนาวิล กรรมการอิสระ