MC คาดกำไรปีนี้เติบโตเล็กน้อยโบรกฯแนะนำซื้อเพื่อรับปันผล

MC ยอดขายไตรมาส 2/58 เติบโต 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีเกินคาด หนุนโดยโปรโมชั่นทางการตลาด แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย & บริหาร และอัตราภาษีสูงขึ้นทำให้กำไรไตรมาส 2/58 ทรงตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ -11%ไตรมาสก่อนหน้า แนะนำซื้อเพื่อรับปันผล โดยคาดกำไรปีนี้โตเพียง 4% แต่จะเพิ่มเป็น 15% ในปี 59 และบริษัทจ่ายปันผลสูง คาด Yield ปี 58-59 เท่ากับ 5.5% และ 6.3% ตามลำดับ

บล.ดีบีเอสฯ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (23 ก.ค.) ว่า บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ยอดขายในไตรมาส 2/58 คาดว่าจะเติบโต 11%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 905 ล้านบาท มาจากการเปิดสาขาใหม่และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 7.7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้บริษัทมีการจัดงานขายลดราคาในเดือนพ.ค.58 (May Day Sales) ซึ่งทำยอดขายได้สูงมากเป็นประวัติการณ์ ยังผลให้ยอดขายในสาขาเดิมของร้านค้าปลีกของตนเอง (FSS) เพิ่มขึ้น 1.5%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (แต่ถ้าไม่รวม May Day Sales จะติดลบ 3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และร้านค้าปลีกต่างจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ใน Chain มียอดซื้อเพิ่มขึ้นหลังสต็อกสินค้าลดลงไปมาก ทำให้ยอดขายในสาขาเดิมของ Modern Trade เพิ่มก้าวกระโดด 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (แต่ถ้าไม่นับรวมร้านค้าปลีกที่ไม่ได้อยู่ใน Chain จะเพิ่มขึ้น 3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) นับได้ว่าบริษัทได้พยายามปรับตัวและเร่งทำยอดขายแม้จะอยู่ในช่วงกำลังซื้อชะลอตัวมาก

โครงสร้างยอดขายไตรมาส 2/58 มาจาก 1) ยอดขายจากร้านค้าของตนเอง (FSS) 45%, 2) ยอดขายจาก Modern Trade (MT) 49%,3) ยอดขายจาก Mobile Units & อื่นๆ 5% และ 4) ยอดขายจากต่างประเทศ (ตัวแทนจำหน่ายในเมียนมาร์, ลาว และเวียดนาม) 1%

อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์สูงที่ 56% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 1/58 เนื่องจากประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีขึ้นไปชดเชยกับยอดขายส่วน Promotion ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำได้

แต่…ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นหลังเร่งทำการตลาด เราประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2/58 ไว้ที่ 36% ของยอดขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 35% ในไตรมาส1/58 และ 31% ใน ไตรมาส 2/57 ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) ในไตรมาส 2/58จะลดลงเป็น 20.6% จาก 22.3% ในไตรมาส1/58และ 23.0% ในไตรมาส 2/57

คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/58 เท่ากับ 174 ล้านบาท ทรงตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 11% เทียบไตรมาสก่อนหน้าโดยการหดตัว เทียบไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น และอัตราภาษีจ่ายเพิ่มเป็น 8% จาก 2.6% ในไตรมาส1/58 โดยคาดการณ์กำไรครึ่งแรกปี 58 คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปีของเรา

สินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูงมาก โดย Inventory Turnover Day เพิ่มเป็นประมาณ 12 เดือนในสิ้นมิ.ย.58 จากสิ้นไตรมาส1/58ที่ประมาณ 11 เดือน อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังดีมาก ทั้งนี้บริษัทมีแผนลดระดับสินค้าคงคลังด้วยการปรับสัดส่วนการจ้างผลิตเครื่องแต่งกายจากภายนอกให้น้อยลง (ปัจจุบันผลิตเอง 60% และจ้างผลิต 40%) เพื่อให้สามารถบริหารสต็อกได้ยืดหยุ่นมากขึ้น  

บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปีนี้ลงเป็น 10-15% (เดิม 15-20%) เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ซบเซาทำให้ยอดขายสาขาเดิมและสาขาที่เปิดใหม่ต่ำกว่าคาด โดยบริษัทประเมินยอดขายสาขาเดิมทรงตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีนี้  สำหรับการเปิดสาขาใหม่ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 40 แห่ง โดยใน ครึ่งหลังปี 58 ได้เปิดสาขาใหม่ 20 แห่ง (รวมที่เปิดในปั๊มน้ำมัน PTT 3 แห่งด้วย) ณ สิ้นมิ.ย.58 มีสาขารวมสุทธิ 817 แห่ง (หักที่ปิดไป 21 แห่งใน ครึ่งหลังปี 58 แล้ว) โดยเป็น FSS 32%, MT 64% และเป็น Mobile Unit & ต่างประเทศ 4% ทั้งนี้ MC มีสาขาจำหน่ายในต่างประเทศ 22 แห่ง (เมียนมาร์ 18 แห่ง, ลาว 2 แห่ง และเวียดนาม 2 แห่ง)  

แนะนำซื้อเพื่อรับปันผล ให้ราคาพื้นฐาน 15.70 บาท โดยอิงกับ PE ปี 2558 ที่ 17 เท่า ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิปี 58 จะเติบโตเล็กน้อย 4% แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในปี 59  อิงกับสมมติฐานว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะชัดเจนขึ้นในปี 59 ทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโตดีขึ้น และเปิดสาขาใหม่เพิ่มเป็น 50 แห่งในปี 59 รวมถึงเห็นผลดีจากการใช้ระบบ ERP เต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นตั้งแต่ต้นปี 59 เป็นต้นไป (System integration แล้วเสร็จในเดือนพ.ย.-ธ.ค.58)  บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสูง ประมาณการ Dividend Yield ปี 58 ไว้ที่ 5.5% และปี 59 เพิ่มเป็น 6.3%

คำค้น