ขายเพื่อซื้อใหม่

*วันนี้ดูเหมือนเรื่องเลวร้ายที่ถาโถมเข้ามาจะผ่านพ้นไปทีละเรื่อง จนทำให้นักเล่นกลุ่มต่าง ๆ เริ่มมีความหวังเกี่ยวกับการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมของการผ่านงบประมาณของรัฐบาลรอบใหม่ ถือเป็นแม่เหล็กที่ทำให้กองทุนตัวแสบฉวยโอกาสเข้ามาเล่นรอบ ซึ่งเป็นมุมข่าวที่ “โมนิก้า” ชอบเม้าท์ถึงมากสุดในช่วงที่ดัชนีสะบัดตัวไปมา เพราะทำให้ทุกคนเข้าใจการขึ้นลงของหุ้นบลูชิพได้ดีขึ้นพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ดูเหมือนเรื่องเลวร้ายที่ถาโถมเข้ามาจะผ่านพ้นไปทีละเรื่อง จนทำให้นักเล่นกลุ่มต่าง ๆ เริ่มมีความหวังเกี่ยวกับการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมของการผ่านงบประมาณของรัฐบาลรอบใหม่ ถือเป็นแม่เหล็กที่ทำให้กองทุนตัวแสบฉวยโอกาสเข้ามาเล่นรอบ ซึ่งเป็นมุมข่าวที่ “โมนิก้า” ชอบเม้าท์ถึงมากสุดในช่วงที่ดัชนีสะบัดตัวไปมา เพราะทำให้ทุกคนเข้าใจการขึ้นลงของหุ้นบลูชิพได้ดีขึ้นพะยะค่ะ

*ข้อมูลตรงนี้ทำให้เชื่อว่าการอ่อนตัวของดัชนีลงมาที่ 1,532.77 จุด ลบไป 7.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.64 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะของการ take profit หลังไม่สามารถฝ่าเส้น 25 วัน ตรงบริเวณแนวต้าน 1,545 จุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เซียนเทคนิคคาดไว้ล่วงหน้า “โมนิก้า” เลยถือโอกาสนำข้อมูลดังกล่าวมาถ่ายทอดกับแฟนคลับ เพื่อจะได้โยกพอร์ตหุ้นให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันไงล่ะคะ

*โดยเฉพาะในรายของพ่อดอกมะลิ JAS กลายสภาพเป็นหุ้นหมดราศี แถมผู้เล่นส่วนใหญ่ก็เมินหน้าหนีไปเสียฉิบ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเรื่องกรรมเก่าที่เคยทำไว้อย่างแสบสัน ส่งผลให้ดีสุดเที่ยวนี้เป็นเพียงแค่การยืนประคองตัวบริเวณ 5.30 บาทร่วมสัปดาห์ และการยืนปิดที่ระดับ 5.55 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 206 ล้านบาท จึงไร้ความหมายใด ๆ เมื่อเทียบกับเงินปันผลจำนวน 1.50 บาทนะจะบอกให้

*ส่วนรายที่ “ไปเร็ว ไปแรง ไปดี” อย่างหุ้นซื้อหนี้เน่า BAM กลายเป็นช็อตที่นักเล่นเคาะกันสนุกสนานแบบไม่รู้จบ ? หลังมีข้อมูลรั่วออกจากแถวถนนสุรศักดิ์ว่า หากทำการตีแวลูสินทรัพย์ที่มีอยู่ใหม่อีกครั้ง รับรองได้ร้องซี้ดซ้าดกันเป็นแถว! “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่พวกนกรู้ยังไล่ราคากันต่อ พร้อมกับทำให้ฐานหุ้นที่บริเวณ 30 บาทแน่นปึก หุ้นถึงขึ้นมายืนปิดที่ 32.50 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 4% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.65 พันล้านบาทแบบสบาย ๆ เจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ OSP ก็อาศัยจังหวะหุ้นตัวอื่นหมดแรงกระชากขึ้นมาปิดที่ 47 บาท บวกไป 2.75 บาท หรือขึ้นไป 6.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 940 ล้านบาทอย่างแยบยลนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของ “เวลา” เอื้อให้พอดี แรงซื้อถึงไหลกลับเข้ามาอีกรอบ จนเชื่อว่าเที่ยวนี้น่าจะทะลุแนวต้านสำคัญ 48 บาทขึ้นไปแบบสวย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันอีกทีว่าจริงไหม ? เพราะวันนี้เทรดบน P/E 42 เท่าแล้วนะจ๊ะ

*ในเมื่อคนขายเครื่องดื่มชูกำลังไปได้สวย ย่อมส่งผลให้เหาฉลามอย่างหุ้น RBF ได้รับอานิสงส์ผลบุญไปด้วยเต็ม ๆ “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่วานนี้หุ้นทะยานขึ้นมาปิดที่ 5.10 บาท บวกไป 0.46 บาท หรือขึ้นไป 9.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 428 ล้านบาท เพราะราคาเป้าหมายที่เกจิอาจารย์ดังให้ไว้ตั้งแต่ตอนเข้าตลาดหุ้นใหม่ ๆ มันไม่ต่ำกว่า 6 บาท จึงมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งอีก 20% เลยนะตัวเอง

*สำหรับในรายของ PTG เด้งกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 15.30 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 4.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 435 ล้านบาท “โมนิก้า” ยังมองเป็นการเล่นรอบใหม่บนความคาดหวังผลงานดีขึ้น ซึ่งประเด็นนี้โยงไปยังเรื่อง บี10 และ บี20 เต็ม ๆ ผสานกับหุ้นยังเทรดอยู่แค่ระดับ P/E 17 เท่า และเมื่อบวกกับหุ้นเพิ่งขยับขึ้นแรงเป็นวันแรกเสียด้วยแบบนี้ เลยมีลุ้นว่า น่าจะเคาะขวาต่ออีกวันเจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่เคาะขวากันสนุกสนานจนไม่กลัวดอย “โมนิก้า” คงเทน้ำหนักไปที่หุ้น AMANAH เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ 4 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 7.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 298 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high มันเกิดจากกำไรมาตามนัดจริง ๆ ไม่ใช่ปล่อยข่าวดันหุ้นเหมือนหุ้นบางตัว (คนที่คุณก็รู้ว่าเขาคือใคร) จึงเป็นช็อตที่พวกขาลุยน่าวัดฝีมือดูอีกสักตั้งนะคะ

*ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องย้อนความกลับมาที่หุ้น LPN เพื่อทำให้คลายสงสัยสักที เพราะผลงานในปี 2562 หดตัวอย่างรุนแรง และในปี 2563 ก็ใช่จะดีขึ้นสักเท่าไหร่ เดี๊ยนถึงแปลกใจที่เห็นหุ้นขึ้นมายืนปิด 5.25 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 141 ล้านบาทแบบชิว ๆ แถมเป็นการยืนปิดบวกสวนตลาดที่แดงเถือกเสียด้วย เลยเกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตกไปอีก งานนี้เลยขอรบกวนผู้รู้ให้ช่วยอธิบายหน่อยเถอะ!