5 หุ้นสื่อสารบวกคึก! รับอานิสงส์ Work from Home หนุนธุรกิจ ชู ADVANC-INTUCH เด่นกลุ่ม

5 หุ้นสื่อสารบวกคึก! รับอานิสงส์ Work from Home หนุนธุรกิจ ชู ADVANC-INTUCH เด่นกลุ่ม

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยที่กำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว และในอนาคตสถานการณดังกล่าวมีแนวโน้มเข้าสู่ระยะที่ 3 ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่งออกมาป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานมีนโยบายสามารถนำเทคโนโลยีสื่อสารในปัจจุบันมาเป็นเครื่องมือในการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home มากขึ้น

แน่นอนหลายหน่วยงานได้นำวิธี Work from Home มาใช้ในการทำงานกลายเป็นผลดีต่อผู้ให้บริการสื่อสารชั้นนำของไทย เนื่องจากเชื่อว่าประชาชนจะอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งภาวะเช่นนี้จะช่วยหนุนรายได้จากการใช้บริการข้อมูลมือถือให้เพิ่มขึ้น  และ เป็นโอหาสในการหาลูกค้าบรอดแบนด์รายใหม่ๆได้เพิ่มขึ้น จึงคาดจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการทุกราย โดยเห็นได้จากล่าสุดผู้ให้บริการได้มี

ดังนั้นทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการรวบรวมข้อมูลกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มานำเสนอ โดยอาศัยข้อมูลจากบทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก และ บล.เคจีไอ ซึ่งแนะนำหุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ อาทิ ADVANC INTUCH DTAC TRUE JAS JASIF DIF อีกทั้งราคาหุ้นส่วนใหญ่ลงมาแรงคาดจะเป็นโอกาสฟื้นตัวรอบใหม่อีกครั้ง

บล.โกลเบล็ก ระบุว่าในบทวิเคราะห์ว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาส Rebound ในกรอบจำกัด หลังสหรัฐออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเฟด ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตร เพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ที่ปรับตัวลงแรงต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,010 -1,060 จุด

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ หุ้น Defensive (RATCH TTW ADVANC CHG) หุ้น High Dividend Yield (KKP TISCO INTUCH),หุ้นที่ได้ประโยชน์หากประกาศแพร่ระบาดระดับ 3 (MAKRO BJC CPALL TU TFMAMA) และหุ้นได้ประโยชน์จากการส่งเสริมการทำงานที่บ้าน (ADVANC INTUCH DTAC TRUE JAS JASIF DIF)

 

บล.เคจีไอ ระบุว่าในบทวิเคราะห์ว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT คาดถูกกระทบเพียงเล็กน้อยจากภาวะเศรษฐกิจและ COVID 19 เนื่องจากพบว่าตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีสหสัมพันธ์ในระดับต่ำกับรายได้จากการขายและให้บริการของผู้ให้บริการมือถือ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)* บมจ. โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)* และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)* และพลิกมามีความสัมพันธ์แบบผกผัน (invert correlation) ในปี 2562

ซึ่งมองว่าปัจจัยที่ช่วยหนุนให้รายได้ของผู้ประกอบการมือถือเพิ่มขึ้นในช่วงที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ลดลง ได้แก่ i) การใช้มือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว และ ii) พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากการใช้บริการด้านเสียง มาเป็นบริการด้านข้อมูลแทน ซึ่งทำให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาผลกระทบของ COVID 19 แล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการมือถือจะถูกกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยคาดว่าจะจะมีทั้งผลกระทบด้านบวกและลบ

สำหรับในด้านลบนั้น คาดว่ารายได้จะลดลงจาก i) SIM สำหรับนักท่องเที่ยว (แบบเติมเงิน) ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และ ii) รายได้จากบริการโรมมิ่ง (International Roaming -IR) ลดลงตามจำนวนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง (รายได้จากบริการ IR คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% – 3% ของรายได้รวมของผู้ประกอบการมือถือเท่านั้น)

สำหรับในด้านบวก เชื่อว่าประชาชนจะอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งภาวะเช่นนี้จะช่วย i) หนุนรายได้จากการใช้บริการข้อมูลมือถือให้เพิ่มขึ้น (เป็นบวกกับผู้ประกอบการทุกราย) และ ii) เป็นโอหาสในการหาลูกค้าบรอดแบนด์รายใหม่ๆได้เพิ่มขึ้น

เชื่อว่าผลประกอบการของผู้ประกอบการมือถือในปี 2563 จะขึ้นอยู่กับภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม และปัจจัยภายในอย่างเช่น การคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย มากกว่าปัจจัยภายนอกที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น มองว่าการแข่งขันในธุรกิจมือถือจะยังคงรุนแรงเช่นเดิม เพราะผู้ประกอบการทุกรายยังคงเสนอแพ็คเกจราคาต่ำ โดยเฉพาะบริการเน็ตไม่อั้นความเร็วคงที่สำหรับบริการแบบเติมเงิน

อย่างไรก็ตาม คิดว่าการแข่งขันในธุรกิจมือถือไม่น่าจะรุนแรงไปกว่าเมื่อปีก่อน เพราะผู้ประกอบการทุกรายต่างก็มีภาระ จาก i) การชำระค่าใบอนุญาตใหม่ในปี 2563 และ ii) การลงทุนใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G

ยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่ม ICT ที่ “เท่ากับตลาด” ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิในปี 2563 จะลดลงเล็กน้อย  (-3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) แต่เราคาดว่าปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจะมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้น QoQ ใน 1Q62 ในขณะที่กำไรน่าจะทรงตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้คาดว่าบางบริษัท อย่างเช่น ADVANC และ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) น่าจะมีกำไรสม่ำเสมอ และยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งทำให้ยังจ่ายปันผลปี 2563 ได้ระดับสูงที่คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงถึง 3.7% และ 5.1% ตามลำดับ ดังนั้นจึงเลือก ADVANC และ INTUCH เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่ม ICT

 

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ADVANC ประเมินมูลค่ายุติธรรม 210 บาท/หุ้น โดยเป็นบริษัทมีสถานะในตลาดโทรศัพท์มือถือแข็งแกร่งสุด ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ มีประสิทธิภาพทำกำไรสูงด้วย ROE ที่ 50% จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และเป็นหุ้นผันผวนต่ำด้วย

 

ด้านราคาบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ปิดวานนี้(18 มี.ค.63) อยู่ที่ระดับ 11.21 น.อยู่ที่ระดับ 2.78 บาท บวก 0.32 บาท หรือ 13.01% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 841.16 ล้านบาท คาดเก็งกำไรหลังราคาลงลึก และราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีที่ระดับ 3.76 บาท

 

3 ค่ายมือถือจัดโปร “WORKING FROM HOME” สู้ Covid-19

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC กล่าวว่า “เพื่อสนับสนุนการเดินหน้าทำงานของภาคธุรกิจและการทำงานของคนไทยในสถานการณ์ COVID-19 เอไอเอส จึงร่วมมือกับพันธมิตร จัดแพ็กเกจ AIS WORKING FROM HOME ที่มีหลากหลายโซลูชัน

โดยผสมผสานศักยภาพของเครือข่ายทั้งมือถือ 5G และ 4G รวมถึงเน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมขีดความสามารถของบุคลากร ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างสนับสนุนคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนทำงานออฟฟิศ, เจ้าของกิจการ, องค์กรขนาดเล็กจนถึงใหญ่ ให้สามารถเดินหน้าทำงาน ทำธุรกิจ หรือเรียนหนังสือได้อย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย

1.บริการ Unlimited Work Anywhere แพ็กเกจ on-top จากแพ็กปกติ ที่ให้ใช้งาน Office 365 บนมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

2.บริการ 5G/4G Fixed Wireless Access เปลี่ยนบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศความเร็วสูง ด้วยอุปกรณ์เราเตอร์เพื่อกระจายสัญญาณ

3.บริการ Fibre Working from Home แพ็กเน็ตบ้านราคาพิเศษรับสถานการณ์ COVID-19 เปลี่ยนบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศความเร็วสูง เป็นต้น

 

ด้านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ส่ง “ซิมกักตัว ไม่กลัวเหงา” มอบฟรีพร้อมแพ็กเกจอาหารจากซีพีเอฟ แก่ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเฝ้าระวัง ที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ให้เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ตลอดเวลา ด้วยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่อั้น ความเร็ว 10 Mbps. ใช้งานได้ 30 วัน บนเครือข่ายคุณภาพจากทรูมูฟ เอช เริ่ม 16 มีนาคม 2563 เพื่อทำงานจากบ้าน ติดตามข่าวสาร รวมถึงยังได้ผ่อนคลาย รับประสบการณ์ความบันเทิง ทั้งดูหนังดี ซีรีส์ดัง เชียร์กีฬามันส์ ฟังเพลงฮิต และโทรฟรีนาน 60 นาที ผ่านทรูไอดี แอปเดียวครบ เติมเต็มชีวิตดิจิทัล

ทั้งนี้ ลูกค้าทรูมูฟ เอช ปัจจุบันแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน ที่เป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเฝ้าระวัง ที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ที่เข้าร่วมโครงการรับแพ็กเกจอาหารจากซีพีเอฟ และผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับสิทธิพิเศษจากทรูมูฟ เอช

 

ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของ OVID-19 ดีแทคพร้อมช่วยสนับสนุนการป้องกัน Covid-19 เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความสามารถในการช่วยเหลือและดูแลตัวเองบนพื้นฐานแห่งสุขภาพและความปลอดภัย โดยมอบฟรีประกัน COVID-19 ให้กับลูกค้าดีแทครายเดือนและเติมเงิน ที่สมัครแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

โดยมี 2 แพคเก็จให้เลือกคือ แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต 500 MB/30 วัน ในราคา 99 บาท (ต่อบริการอัตโนมัติ) รับฟรีประกัน Covid-19 30 วัน คุ้มครองสูงสุด 140,000 บาท สมัครกด *496*1# กดโทรออก

และ แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต 5 GB/365 วัน ในราคา 1,199 บาท รับฟรีประกัน Covid-19 365 วัน คุ้มครองสูงสุด 255,000 บาท สมัครกด *496*12# กดโทรออก

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน