ผู้ว่าฯสั่งปิดห้างทั่วกรุง เว้นโซนอาหาร-ของใช้จำเป็น เริ่ม 22 มี.ค.นี้ หวังสะกัดโควิด-19

ผู้ว่าฯสั่งปิดห้างทั่วกรุง เว้นโซนอาหาร-ของใช้จำเป็น เริ่ม 22 มี.ค.-12 เม.ย.นี้ พร้อมเล็งหั่นจำนวนผดส.รถสาธารณะเหลือ 50% ต่อเที่ยว หวังสะกัดโควิด-19

พล...อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า วันนี้ (21 มี..63) ได้มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครตามพ...โรคติดต่อ 2558 ครั้งที่ 5/2563 เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงขึ้น โดยความห่วงใยประชาชนและชาวไทยประสบปัญหา

ทั้งนี้  ที่ประชุมมีการพิจารณาจะปิดสถานที่เพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 22 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มี.ถึงวันที่ 12 เม..63

โดยจะให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร เช่น ในศูนย์การค้าโรงแรมและร้านข้างนอกให้เปิดการขายได้ แต่ให้ลูกค้าซื้อกลับไปกินที่บ้าน ส่วนของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าอนามัย ยังขายได้ อนึ่ง สาเหตุที่ออกมาตรการนี้เพราะอยู่ในช่วงเวลาสำคัญควบคุมไวรัสโควิดไม่ให้ระบาดเพิ่ม

ขอความร่วมมือประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้าร้านอาหารยังเปิดตามปกติเพียงแต่ขอให้ปรับรูปแบบเป็นแบบกล่องกลับบ้าน (take away) และซูเปอร์มาร์เก็ตก็ยังเปิดตามปกติ ร้านสะดวกซื้อให้หมั่นทำความสะอาดมีจุดบริการแอลกอฮอล์บริเวณทางเข้าเพื่อความสะอาดปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังประสานผู้ประกอบการระบบขนส่งสาธารณะเช่นรถไฟฟ้าบีทีเอสรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงแอร์พอร์ตลิงก์ รถเมล์ขสมก. รถบขส. ให้ลดจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวลง 50% เพื่อลดความหนาแน่นในการใช้บริการไม่ให้ใกล้ชิดกันมาก เช่น บีทีเอสใน 1 โบกี้จุคนได้ 80 คนให้เหลือ 40 คนและให้เว้นระยะห่างระหว่างตัวบุคคล 1-2 เมตรเมื่ออยู่บนรถไฟฟ้า

อีกทั้ง ยังให้ปิดบริการคลีนิกเสริมสวย,ตลาดสดต่างๆ แต่ให้ขายเฉพาะอาหารที่จำเป็นเช่นอาหารสดหมูเป็ดไก่ แต่มีมาตรการควบคุมส่วนเสื้อผ้าจะยังไม่ได้ร้านค้าเปิดขาย

โดยรายละเอียดประกาศจะออกมาไม่เกินบ่าย14.00 . วันนี้ ทั้งนี้ขอความมือประชาชนไม่ให้เดินทางไปในที่ชุมนุมคนและให้เว้นระยะห่างตัวบุคคล 1 เมตรเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นไม่เป็นโควิดและหากมีอาการไข้ให้นอนพักผ่อนอยู่บ้าน

นอกจากนี้ กทม.ยังขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชนให้อนุญาตพนักงานทำงานที่บ้านส่วนหน่วยงานของรัฐให้ใช้วิธีเหลื่อมเวลาหรือสลับวันการทำงานตามความเหมาะสม

ส่วนของกทม.ทางปลัดกทม.จะออกประกาศให้ข้าราชการและลูกจ้างสลับเวลาการทำงานหรือสลับกันหยุดคนละสัปดาห์และให้นั่งถูกสุขลักษณะในระหว่างทำงานโดยให้นั่งห่างกัน1เมตรขึ้นไป

สำหรับสถานที่เสี่ยงปิดเพิ่มเติมได้แก่

สปานวดเพื่อสุขภาพ

สถานบริการควบคุมน้ำหนัก

สปาอาบน้ำตัดขนสัตว์

ลานสเก็ตหรือโรลเลอร์เบรด

กิจการเสริมสวยและคลินิคเสริมความงาม

สวนสนุกโบว์ลิ่งตู้เกม

กิจการบริการคอมพิวเตอร์

สนามกอล์ฟสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

สระว่ายน้ำ

กิจการสักผิว

กิจการบริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้านบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

สนามพระ

สนามชนไก่และสนามซ้อมชนไก่

สถานที่จัดประชุมและนิทรรศการ

ตลาดทุกประเภทยกเว้นแผงของสดและแผงค้าที่จำหน่ายอาหารตามความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ห้างสรรพสินค้ายกเว้นส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต

สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยสถานศึกษารัฐเอกชนโรงเรียนประจำโรงเรียนนานาชาติโรงเรียนสอนศาสนาโรงเรียนกวดวิชาทุกแห่ง

สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยบัณฑิตวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนรวมถึงสถาบันอบรมวิชาชีพทั่วกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ดี ได้มีการเผยแพร่ประกาศเรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 2) โดยมีรายละเอียดดังนี้