สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 พ.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 พ.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,995.11 จุด พุ่งขึ้น 529.95 จุด หรือ +2.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,991.77 จุด เพิ่มขึ้น 36.32 จุด หรือ +1.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,340.22 จุด เพิ่มขึ้น 15.63 จุด หรือ +0.17%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) และปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ โดยหุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการนำตลาดปรับตัวขึ้น เนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศต่างๆ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ดำเนินมานานหลายเดือนลงแล้ว หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.08% ปิดที่ 348.92 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,504.65 จุด เพิ่มขึ้น 113.37 จุด หรือ +1.00%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,606.24 จุด เพิ่มขึ้น 66.33 จุด หรือ +1.46% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,067.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.48 จุด หรือ +1.24%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลอังกฤษจะอนุญาตให้มีการเปิดร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,067.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.48 จุด หรือ +1.24%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดหวังว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.10 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 34.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 64 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 36.17 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 30 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และจากการที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 29.9 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 1705.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9.8 เซนต์ หรือ 0.55% ปิดที่ 17.595 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 13 ดอลลาร์ หรือ 1.47% ปิดที่ 873.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 12 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,989.10 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีการรายงานความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และประเทศต่างๆพากันผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.52 เยน จากระดับ 107.71 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9647 ฟรังก์ จากระดับ 0.9712 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3757 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3985 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0994 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0897 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2343 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2191 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6674 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6543 ดอลลาร์สหรัฐ