SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways’ กังวลหลายประเทศติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด-ศก.โลกครึ่งหลังฟื้นช้า

โบรกฯคาด SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways’ ตลาดกังวลหลายประเทศติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังฟื้นตัวช้า

Weekly outlook : “Sideways” ต้าน 1,358/1,370จุด รับ 1,326/1,312 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (29 – 31 ก.ค.63) ‘Sideways’ โดยประเด็นหลักที่ยังคงกดดันตลาดโลก คือการเกิด Second Wave ในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐฯที่ผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้น 6-7 หมื่นรายประกอบกับผู้ติดเชื้อในฮ่องกงที่พุ่งขึ้นเกือบทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้มีการกลับมาพิจารณา Lockdown บางส่วนอีกครั้ง เช่นเดียวกับทางฝั่งญี่ปุ่น ยอดผู้ติดเชื้อรายวันทะลุ 900 รายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ซึ่งสัญญาณดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 2H20 ซึ่งในช่วงหลัง ตัวเลขเศรษฐกิจในบางประเทศเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว หลังผ่านพ้นแรงหนุนจาก Pent-up Demand ในช่วงที่กลับมาเปิดเมืองแรกๆดังนั้น ความคืบหน้าของวัคซีนต้านโรค Covid-19 จะเป็นปัจจัยที่จะทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกชัดเจนขึ้น

โดยในสัปดาห์นี้ วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna จะเริ่มทำการทดลองเฟส 3 หลังผลการทดลองเฟส 1 สามารถตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันได้ดีและอาจป้องกันโรค Covid-19 ได้ระดับหนึ่ง (ปัจจุบันกำลังทดลองเฟส 2 ควบคู่ไปด้วย) จะทำให้ตลาดมีความหวังมากขึ้น ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คือมาตรการเยียวยาจากภาครัฐฯ โดยนักลงทุนจับตามาตรการเฟสใหม่ของสหรัฐฯ หลังมาตรการบางส่วน ซึ่งรวมถึงมาตรการช่วยเหลือคนว่างงานจะหมด 31 ก.ค.นี้

ขณะที่ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างพรรค democrat และ republican อาจทำให้มาตรการล่าช้าได้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยภายใน เข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการ 2Q20 ของกลุ่ม Real Sector โดยจาก 112 บริษัทที่มีคาดการณ์จาก Consensus คาดจะมีก าไรสุทธิรวมที่ 5.4 หมื่นลบ. -55%y-y แต่ +56.4%q-q โดยสาเหตุที่เพิ่มขึ้น q-q เนื่องจากใน 1Q20

กลุ่มโรงกลันเผชิญ Inventory Loss และ NRV Loss อย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ดี หากไม่นับกำไรของกลุ่มโรงกลั่น ผลประกอบการ 2Q20 จะ -54.6%q-q บ่งชี้ถึงผลกระทบจากโรค Covid-19 อย่างเต็มไตรมาส เป็นแรงกดดันตลาดหุ้นไทย ส่วนปัจจัยที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ คือการประชุม FOMC 28-29 ก.ค. Nomura คาดไม่มีการออกมาตรการเพิ่มเติมแต่แนะติดตามมุมมองเศรษฐกิจ

กลยุทธ์การลงทุน: ความไม่แน่นอนปกคลุมตลาดมากขึ้น (ความขัดแย้ง US-CH, 2ndwave, VIX ปรับขึ้นแรง) โดยรวมตลาดยังมีโอกาสหั่นประมาณการลงอีก พร้อมกับๆ ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยกดดัน Outflow ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงแนะนำถือหุ้นเพียง25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นหุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE HANA CPF TU) และกลุ่มคาดงบ 2Q ดี (TASCO AP ICHI OSP TPCH JMT JMART WICE)

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ TASCO, KCE, ICHI ส่วนสัปดาห์ก่อน CPF, ICHI, OSP ให้ผลตอบแทน 1.85 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -1.37 %

1) TASCO (TP29.2) :Spread ยางมะตอยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เป็นเป้า Upgrade

2) KCE (Trad.) : PMI การผลิตยุโรปฟื้น พร้อมยอดขายรถ+ บวกค่าเงินบาทอ่อนค่า

3) ICHI (TP9.6) : งบ 2Q เด่น + เปิดตัวสินค้าใหม่น้ำด่าง “PH Plus”