“สธ.” แจงแนวทางปฏิบัติ ต่างชาติเข้าไทย หลังพบผู้ติดเชื้อ “โควิด” ในปท. ย้ำขั้นตอนเข้มงวด

“สธ.” แจงแนวทางปฏิบัติ ต่างชาติเข้าไทย หลังพบผู้ติดเชื้อ “โควิด” ในปท. ย้ำขั้นตอนเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค.63) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีตรวจพบชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยว่า การตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ สธ.มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดและเป็นไปในทางเดียวกันมาโดยตลอด โดยได้มีการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคอย่างต่อเนื่อง

กรณีชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยต้องลงทะเบียนที่สถานทูตไทย ณ ประเทศนั้นๆ พร้อมยื่นเอกสารต่างๆ ได้แก่ ใบรับรองสุขภาพ (Fit to fly) และใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่พบเชื้อ (COVID-Free Certificate) ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง มีประกันสุขภาพวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ใบจองที่พักซึ่งเป็นสถานที่กักกันโรค (ASQ) จากนั้นสถานทูตจะออกใบอนุญาต Certificate of Entry ให้เดินทางเข้ามาได้ และเมื่อเดินทางมาถึงไทยจะต้องถูกกักกันไว้สังเกตอาการ 14 วันในสถานที่ที่ทางรัฐกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นโรงแรม (ASQ) หรือที่พักขององค์กร (OQ) ที่ได้รับการตรวจรับรองว่าผ่านมาตรฐานแล้ว

หากตรวจพบว่าชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการกักกัน จะถูกส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญากับทางโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันโรค ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดผู้ป่วยต้องรับผิดชอบเอง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นภาระกับรัฐ โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ อยู่ในห้องแยก หรือหอผู้ป่วยที่มีเฉพาะผู้ป่วยยืนยัน และแพทย์จะดูแลรักษาตามแนวทางของกรมการแพทย์ จนผู้ป่วยหายดีเป็นปกติ ไม่แพร่เชื้ออีก ซึ่งในรายที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการมักใช้เวลารักษาในโรงพยาบาลนานไม่เกิน 10 วันในกรณีที่อาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบอาจจะใช้เวลารักษานานถึง 1 เดือน แต่เป็นผู้ป่วยส่วนน้อย (5% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด)

นพ.โอภาส กล่าวว่า หลังจากหายดีแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยมีเกณฑ์ดังนี้

1.เมื่อผู้ป่วยที่ไม่มีอาการให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่ตรวจพบ

2.ผู้ป่วยที่อาการน้อยให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่มีอาการ และพักจนไม่มีอาการแล้วอย่างน้อย 24 ชม.

และ 3.ผู้ป่วยอาการรุนแรง รักษาตัวในโรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นให้ออกจากโรงพยาบาลตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นและผลถ่ายภาพรังสีปอดคงที่ อุณหภูมิไม่เกิน 37.8 องศาเซลเซียส ต่อเนื่อง 24 ชม. อัตราการหายใจไม่เกิน 20 ครั้ง/นาที แพทย์จะพิจารณาให้ออกจากโรงพยาบาลได้

สำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังกลับจากโรงพยาบาลมีดังนี้

1.การดูแลสุขอนามัย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น

2.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระหรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้อื่นในบ้านใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได มือจับตู้เย็น เป็นต้น

3.ไม่ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารและแก้วน้ำร่วมกัน

4.หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้รีบติดต่อสถานพยาบาล ให้สวมหน้ากากและเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือขอรถพยาบาลมารับ งดการเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะ