แจกเงินไม่ใช่เยียวยา

รัฐบาลแจกแล้วจ้า เดือนละ 3,500 คูณสอง “เราไม่ทิ้งกัน” เปลี่ยนชื่อเป็น “เราชนะ” ลดค่าน้ำค่าไฟ 10% สองเดือน แถมชิงโชคมือไว “คนละครึ่ง” อีกหนึ่งล้านสิทธิ ถ้าใครกดทัน

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

รัฐบาลแจกแล้วจ้า เดือนละ 3,500 คูณสอง “เราไม่ทิ้งกัน” เปลี่ยนชื่อเป็น “เราชนะ” ลดค่าน้ำค่าไฟ 10% สองเดือน แถมชิงโชคมือไว “คนละครึ่ง” อีกหนึ่งล้านสิทธิ ถ้าใครกดทัน

ธนกร แรมโบ้ ซูเปอร์โพล คงสรรเสริญ ลุงตู่เป็นขวัญใจชาวบ้าน นำทีมหมอพยาบาลปราบโควิด แค่ไม่ได้กวดขันบ่อนพนัน ขบวนการขนแรงงานข้ามชาติ จนคำนูณ สิทธิสมาน ผิดหวัง

แต่ถามว่า นี่หรือคือมาตรการเยียวยากิจการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่ง ศบค.ออกคำสั่งหรือขอความร่วมมือให้ปิด โดยแบ่งโซนเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม 5 จังหวัด สีแดง 23 จังหวัด ที่เหลือเป็นสีส้มสีเหลืองซึ่งกระทบเช่นกันแม้ไม่มาก

ไม่ได้คัดค้านว่าอย่าแจก เพราะคนไทยทั้งประเทศได้รับผลกระทบ อุทัยธานีไม่มีโควิด แต่ธุรกิจท่องเที่ยวค้าขายก็ตายเหมือนกัน

กระนั้นก็มีความแตกต่างกัน กับจังหวัดสีแดงที่ประกาศปิดผับบาร์คาราโอเกะ ร้านเกมร้านนวดสปาฟิตเนส ฯลฯ หรือตลาดชลบุรีระยองที่กลายเป็นเมืองร้าง ทำไมรัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะ ทั้งผู้ประกอบการ ลูกจ้าง รวมไปถึงอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบที่ไม่อยู่ในประกันสังคม

คุณแบ่งพื้นที่ คุณก็ต้องเยียวยาตามระดับพื้นที่ แค่นี้คิดไม่ออกหรือไง ทำไมหัวหน้าพรรคก้าวไกลยังคำนวณได้ว่า 28 จังหวัดมีสถานประกอบการที่ถูกขอความร่วมมือให้ปิด 6,098 แห่ง ซึ่งลูกจ้างได้เงินชดเชยจากประกันสังคมแค่ 50%

ในแง่ผู้ประกอบการ พูดทีไรก็มีแต่ซอฟต์โลน ซึ่งแทบไม่ตกถึง SME ถามว่าทำไมไม่ลดค่าน้ำค่าไฟให้สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่นผับบาร์ หรือหาทางช่วยลดหย่อนค่าเช่า เพราะที่ประชาชนเห็นข่าวคือธุรกิจเล็กล้มระนาวตั้งแต่รีสอร์ตไปถึงร้านชาบู

นี่ยังไม่พูดถึงข้อเรียกร้องอีกมาก เช่นมาตรการโคเพย์สำหรับบางธุรกิจเพื่อช่วยผู้ประกอบการไม่ให้เลิกจ้าง อย่างที่ประเทศอื่นทำกัน

โควิดรอบแรก รัฐบาลทำท่าจะอัด “บาซูก้าการคลัง” แต่ตอนนี้คุยว่ามีเงินเหลือเฟือ เพราะเงินกู้ 1 ล้านล้าน ยังเหลือ 4.9 แสนล้าน ใช้ไปแค่ 5.1 แสนล้าน นี่อวดผลงานหรือเป็นการพิสูจน์ว่าไม่มีประสิทธิภาพไม่มีปัญญาใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเป็นแค่แจกเงินกับชิงโชค

เตือนแล้วนะครับ มาตรการที่ออกมา ถ้าประชาชนไม่พอใจ กอบกู้เศรษฐกิจไม่ได้ ธุรกิจยิ่งล้มตาย ก็จะไปสั่งสมความโกรธแค้นว่าโควิดรอบใหม่มาจากบ่อนพนัน แรงงานเถื่อน ซึ่งรัฐเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (แต่พอเป็นเรื่องใหญ่ก็จะบ้าจี้ปราบแรง ซึ่งไม่มีใครเชื่ออีก)

ในความเป็นจริง โควิดรอบใหม่ไม่ได้ร้ายแรง นับจาก 15 ธ.ค.มีผู้ติดเชื้อ 6,208 คน อาการหนัก 28 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 5 คน ส่วนที่เหลือที่เรียกว่า “ผู้ป่วย” คือไปนอนกินยาพาราที่โรงพยาบาลสนามหรือสถานที่กักตัว ถ้าเน็ตแรง ก็นอนดู Netflix 14 วัน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พบใน 4-5 วันหลัง ก็ไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

รัฐบาลเยียวยาไม่ได้ ก็ควรผ่อนคลายบ้าง แม้ไม่ควรประมาท จำเป็นต้องปิดสถานที่เสี่ยง แต่มาตรการของรัฐบางข้อก็เข้มงวดรุงรัง เช่นห้ามนั่งร้านอาหารเกินสามทุ่ม กวดขันการเดินทางในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ 5 จังหวัด ทั้งที่น่าสนับสนุนให้คนกรุงเทพฯ ปริมณฑลไปท่องเที่ยวใช้จ่ายบ้าง แค่เข้มงวดเรื่องรักษาระยะห่าง

รัฐยังปราบโควิดด้วยการปลุกความกลัว จนคนไม่กล้าใช้ชีวิต ต้องรอโควิดเป็นศูนย์ เศรษฐกิจจึงเดินได้ วิธีการเดิม ๆ ที่คุยว่าประยุทธ์เป็นพระเอก หวังว่าครั้งนี้จะไม่รอให้เป็นศูนย์อีก เพราะคงวอดวายก่อน