BBL รายได้ค่าฟี-เงินลงทุนลด ฉุดกำไรปี 63 วูบ 52% เหลือ 1.7 หมื่นลบ.

BBL รายได้ค่าฟี-เงินลงทุนลด ฉุดกำไรปี 63 วูบ 52% เหลือ 1.7 หมื่นลบ.

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2563 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยในปี 2563 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารมีจำนวน 17,181 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน สาเหตุหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและรายได้จากเงินลงทุนลดลง จากการนำ TFRS 9 มาถือปฏิบัติ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น หลักๆ จากการรวมค่าใช้จ่ายของธนาคารเพอร์มาตาและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการควบรวมสาขาในประเทศอินโดนีเซียเขากับธนาคารเพอร์มาตาในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แม้ว่าธนาคารได้ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินใหสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือลูกค้าบางส่วนที่ได้รับผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารยังคงมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตาตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 และส่วนหนึ่งจากผลของการเปลี่ยนแปลงการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อตาม TFRS 9

ส่วนผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 2,398 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล

รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาระบบงานและปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นผลจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ หากเทียบกับไตรมาส 4/2562 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง 5,604 ล้านบาท หลัก ๆ จากรายได้จากเงินลงทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นผลของการนำมาตรฐานกลุ่มเครื่องมือทางการเงินฉบับใหม่ (ฉบับที่ 9) (TFRS 9) มาถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

คำค้น