วัคซีนหวานเย็น

ธนาธรถาม 5 ข้อ อนุทินตอบ 7 ข้อ น่าสนใจว่า รมว.สาธารณสุขเพิ่งเปิดเผยตรงไปตรงมาหลายประการ

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ธนาธรถาม 5 ข้อ อนุทินตอบ 7 ข้อ น่าสนใจว่า รมว.สาธารณสุขเพิ่งเปิดเผยตรงไปตรงมาหลายประการ

เช่นอ้างว่ามีข้อจำกัดทั้งเงื่อนไขของผู้ผลิต งบประมาณ และกฎหมาย ยกตัวอย่าง ประเทศไทยจองซื้อวัคซีนตั้งแต่เริ่มทดลองไม่ได้ เพราะต้องยอมรับความเสี่ยง หากผลิตไม่สำเร็จไม่ได้เงินคืน กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้หน่วยงานรัฐเสี่ยง แม้การจองไว้ทำให้ได้วัคซีนเร็วกว่าราคาถูกกว่า

อนุทินยังยอมรับว่า รัฐบาลเลือก Astrazeneca เพราะเหมาะกับประเทศไทย ใช้งบคุ้มค่าที่สุด ข้อนี้ใช่ แอสตร้าฯ ถูกกว่ายี่ห้ออื่น ไม่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก (แต่ก็แปลว่ากะฝากชีวิตไว้กับแอสตร้าฯ ทั้งที่บอกว่าไม่มีนโยบายผูกขาด)

ข้อต่อมายังยืนยันว่า แอสตร้าฯ เลือก Siam Bioscience เอง (พูดให้ถูกคือ SCG ใช้คอนเนคชั่นดึงมาให้ SBS แล้วขอให้รัฐสนับสนุน ทั้งตกลงซื้อ 26 ล้านโดสและให้เงิน 595 ล้าน ที่เพิ่งบอกภายหลังว่าจะคืนให้เป็นวัคซีน)

ที่น่าสังเกตคือ รมว.สาธารณสุขอธิบายว่า คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณาแล้วว่า วัคซีน 26 ล้านโดส ไซโนแวค 2 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยง เหมาะสมแล้วกับสถานการณ์ประเทศไทย ที่การระบาดไม่รุนแรง ไม่ได้มีผู้ป่วยผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ได้สั่งจองเพิ่มอีก 35 ล้านโดส ซึ่งถือว่ามากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย

จำนวนวัคซีนที่จะทยอยส่งมอบก็ต้องให้เกิดคุณภาพการจัดการ การวางแผนจัดหาและฉีดวัคซีนต้องคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะสูญเสียสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น ยูนิเซฟก็คาดว่าปริมาณวัคซีนจะเพิ่มมากในครึ่งปีหลัง “มีแนวโน้มที่วัคซีนจะราคาถูกลงกว่าในขณะนี้ เราจะประหยัดงบประมาณไปได้อีกมาก”

ตรงนี้แปลว่าอะไร แปลว่ารัฐบาลปราบโควิดเก่งที่สุดในโลก วางใจว่าคนไทยไม่ต้องฉีดวัคซีนเร็วก็ได้ จึงทำสัญญาแค่ 26 ล้านโดสทอดเวลารอ SBS พัฒนาศักยภาพรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งมอบเดือนมิถุนายน แล้วค่อยทยอยฉีดอย่างใจเย็ลล์

 รัฐบาลไม่คาดคิดว่าโควิดจะระบาดรอบใหม่ (จากความหละหลวมของหน่วยงานรัฐเอง) ติดไปแล้วหมื่นกว่าคน พอระบาดใหม่จึงตื่นตูม สั่งไซโนแวค 2 ล้านโดส แอสตร้าฯ เพิ่ม 35 ล้านโดส ซึ่งยังไม่มีใครรู้เลยว่าสั่งจากไหน ราคาเท่าไหร่

รู้แต่ว่าพอธนาธรออกมาไลฟ์สดจนโดน 112 ก็มีวัคซีนแอสตร้าฯ เหาะมาจากอิตาลี 5 หมื่นโดส ผ่าน อ.ย.ทันใด เพื่อฉีดเข็มแรกในวันแห่งความรัก

อนุทินจึงไม่โต้ธนาธร ที่โชว์เอกสารเจ้าหน้าที่ สธ.ชี้แจงกรรมาธิการสาธารณสุขเมื่อเดือนพฤศจิกายน ว่ากว่าจะฉีดวัคซีนได้ครึ่งประเทศ 32.5 ล้านคนต้องใช้เวลาถึงปี 2566 เพียงพูดรวม ๆ ว่าคนที่ตำหนิวิจารณ์กระทรวงสาธารณสุข ต้องให้ความเป็นธรรมคนทำงาน (หมอพยาบาลทำงานหนัก)

คำตอบทั้งหมดเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลใจเย็น แผนเดิมคือเราคุมโควิดเก่ง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ไหน ๆ ก็สนับสนุน SBS แล้ว ก็รอฉีดมิถุนายน แถมปลายปีราคาจะถูกกว่านี้ ประหยัดงบ (ไม่ยักคิดว่าเศรษฐกิจฉิบหายเป็นแสนล้าน ค่าวัคซีนแค่เนียะ)

พอมันเกิดรอบใหม่ค่อยแตกตื่น สั่งเพิ่ม แต่สั่งทีหลังคนอื่น อินโดเริ่มฉีดแล้ว ลาวพม่าเริ่มฉีดแล้ว อินเดียผลิตเอง แอสตร้าฯ นี่แหละ แต่ไม่รู้เขาตกลงกับบริษัทแม่อย่างไร Serum Institute  ขายแบบ “ไม่แสวงกำไร” ให้รัฐบาลอินเดีย 3 ดอลลาร์เศษ ๆ เท่านั้น

ประมาทอย่างเขาว่าไหม ให้ประชาชนตัดสินแล้วกัน แต่ที่อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยสัญญากับเอกชน ต้องได้รับความยินยอม ธนาธรเป็นนักธุรกิจน่าจะเข้าใจ

แหม ถ้าไทยซัมมิททำสัญญากับโตโยต้า ก็ไม่ต้องเปิดเผย แต่ถ้าทำสัญญากับรัฐ ก็ต้องเปิดเผย เหมือนชิโนไทยทำสัญญาสร้างรัฐสภา (ไม่เสร็จสักที)