“พิพัฒน์” เล็งต่อยอด “ภูเก็ตโมเดล” ทำ Hotel Quarantine 5 จังหวัด รองรับนทท.เข้าประเทศ

รมว.ท่องเที่ยวฯ เล็งต่อยอด “ภูเก็ตโมเดล” ทำ Hotel Quarantine 5 จังหวัด รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังโควิดเริ่มคลี่คลาย คาดปีนี้มีนทท.เข้าประเทศ 5 ล้านคน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีการนำวัคซีนโควิด-19 มาใช้งาน ทำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงเหลือหลักสิบในเดือน มี.ค.64 ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 5 ล้านคน ปี 65 เพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านคน ปี 66 ขยับเพิ่มเป็น 30 ล้านคน และปี 67 กลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนปี 62

“หลังวิกฤตโควิด-19 หากประเทศไหนไม่มีมาตรการด้านสาธารณสุข มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวจะไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งเราได้ดำเนินมาตรการไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย” นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ผ่านมามีแนวคิดจะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา เช่น โครงการ Bubble Travel แต่สถานการณ์แพร่ระบาดยังไม่นิ่งทำให้ต้องล้มเลิกไป ต่อมามีแนวคิด “ภูเก็ตโมเดล” โดยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวอยู่ในวงจำกัด เช่น พื้นที่เกาะ แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยอมรับ ล่าสุดได้ดำเนินการในรูปแบบ Golf Quarantine และ Villa Quarantine แล้ว และกำลังจะขยายแนวคิดไปทำ Hotel Quarantine คล้ายๆ ภูเก็ตโมเดล ซึ่งมีผู้ประกอบการตอบรับมาแล้วในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ เชียงใหม่ 130 ห้อง, ชลบุรี (พัทยา) 2,522 ห้อง, ภูเก็ต 2,700 ห้อง, กระบี่ 1,024 ห้อง และสุราษฎร์ธานี 288 ห้อง โดยจะมีการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

ส่วนโครงการ Medical and Wellness สำหรับผู้รักสุขภาพ น่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังสถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลาย โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่เข้ามาใช้บริการด้านเสริมความงามสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึงปีละ 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ต่างชาติยังนิยมเข้ามารับการรักษาแพทย์เฉพาะทาง เช่น ทันตแพทย์ เพราะเมื่อเดินทางเข้ามาใช้บริการแล้วยังสามารถท่องเที่ยวได้ด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเท่าการใช้บริการในประเทศตัวเอง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปี 63 ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 6.7 ล้านคน จาก 39.8 ล้านคนในปี 62 ขณะที่รายได้ลดลงจาก 3.01 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 8 แสนล้านบาท หรือลดลง 70% ทำให้รายได้ท่องเที่ยวที่เคยคิดเป็นสัดส่วน 17% ของจีดีพี ลดลงเหลือแค่ 4% เท่านั้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 63 สามารถพยุงรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการบางส่วนเท่านั้น

“ปีที่แล้วหลังจากเดือนมีนาคมไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไป 2 ใน 3” นายพิพัฒน์ กล่าว