MFC เล็งออกกอง MEURO ลงทุนหุ้นยุโรป รับศก.ฟื้น

MFC เล็งออกกอง MEURO ลงทุนหุ้นยุโรป รับศก.ฟื้น

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี  (MFC) เปิดเผยว่า บริษัทฯยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะหุ้นยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลกของยุโรปด้านพลังงานสะอาด ด้านสินค้าแบรนด์เนม ด้านสุขภาพ หรือจะเป็นด้านเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเราเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเมกะเทรนด์ต่างๆในอนาคต ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

โดยเตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกของ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี คอนติเนนทัล ยูโรเปียน อิควิตี้” หรือ MEURO ระหว่างวันที่ 15 -23 มีนาคม 2564 มูลค่าการซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท มีระดับความเสี่ยงของกองทุนที่ระดับ 6 ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน MEURO ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ ประเภท Feeder Fund จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF Continental European Flexible Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน I2 ซึ่งบริหารโดย Blackrock (Luxembourg) S.A. เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้กองทุน BGF Continental European Flexible Fund ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก จะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จัดตั้ง หรือดำเนินกิจการหลักในยุโรป ไม่รวมสหราชอาณาจักร โดยจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตหรือลงทุนแบบเน้นคุณค่าซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดการลงทุน รวมทั้งให้อัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่มสูงจากดัชนีอ้างอิง ด้วยรูปแบบการลงทุนที่ยืดหยุ่น จะเป็นการลงทุนในหุ้นทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก

อีกทั้ง Blackrock มีทีมบริหารกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น กองทุนได้ Morningstar 5 ดาว และ Bronze Rating ด้วยกระบวนการลงทุนที่เข้มงวดและแม่นยำด้านการเลือกหุ้น จากข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2563

ปัจจุบันความคืบหน้าเรื่องวัคซีนต้านโควิด-19 และตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มจะขยายตัวได้ โดยตลาดหุ้นยุโรปยังเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ ในด้านการปรับขึ้นของผลประกอบการบริษัทอย่างโดดเด่น ดังนั้นกองทุน MEURO จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน  และยังเหมาะกับผู้ลงทุนที่มองหาผลตอบแทนการเติบโตสูงในระยะยาว ” นายธนโชติ กล่าว