“ตลาดหุ้นไทย” แลกการ์ด! โบรกแนะเข้าสะสม ลุ้นดัชนีดีดกลับแรง

“ตลาดหุ้นไทย” แลกการ์ด! โบรกแนะเข้าสะสม ลุ้นดัชนีดีดกลับแรง

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเอเชียที่มีการเปิดทำการตามปกติในช่วงระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ ได้มีการหยิบยกดัชนีตลาดหุ้นเอเชียสำคัญ อาทิ ดัชนี Jakarta Composite, ดัชนี PSE Composite, ดัชนี HSI , ดัชนี NIKKEI 225, และดาวโจนส์

โดยทั้ง 5 ดัชนีมีความเคลื่อนไหวในช่วงเป็นบวก ซึ่งมีการเปรียบเทียบจากวันที่ 12 เม.ย.2564 เป็นวันซื้อขายสุดท้ายก่อนหยุดยาวโดยเทียบกับ (15 เม.ย. 2564 ) พบว่าดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิด ณ วันที่ 12 เม.ย. 2564 อยู่ที่ 5,948.57 จุด ขณะที่ ณ วันที่ 15 เม.ย. 2564 อยู่ที่ 6,079.50 จุด เพิ่มขึ้น 130.93 จุด หรือขึ้นไป 2.20%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิด ณ วันที่ 12 เม.ย.2564 อยู่ที่ 6,518.64 จุด ขณะที่ 15 เม.ย.2564 อยู่ที่ 6,539.96 จุด เพิ่มขึ้น 21.32 จุด หรือขึ้นไป 0.33%

ด้านดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิด ณ วันที่ 12 เม.ย.2564 อยู่ที่ 28,453.28 จุด ขณะที่ 15 เม.ย.2564 อยู่ที่ 28,793.14 จุด เพิ่มขึ้น 339.86 จุด หรือขึ้นไป 1.19%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิด ณ วันที่ 12 เม.ย.2564 อยู่ที่ 29,538.73 จุด ขณะที่ 15 เม.ย.2564 อยู่ที่ 29,642.69 จุด เพิ่มขึ้น 103.96 จุด หรือขึ้นไป 0.35%

รวมถึงดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิด ณ วันที่ 12 เม.ย.2564 อยู่ที่ 33,745.40 จุด ขณะที่ 15 เม.ย.2564 อยู่ที่ 34,035.99 จุด เพิ่มขึ้น 290.59 จุด หรือขึ้นไป 0.86%

ส่วนรายละเอียดดูจากตารางประกอบ

โดยตัวอย่างข้างต้นทั้ง 5 ดัชนีมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ ดังนั้นจึงเป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตได้ว่าตลาดหุ้นไทยที่ปิดทำการในช่วงที่ตลาดหุ้นอื่นๆ เปิดทำการแล้วปรับตัวขึ้น เท่ากับว่าตลาดหุ้นไทยยังแลกการ์ด เพราะช้ากว่าตลาดอื่นๆ ทั้งนี้มองว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากกลับเข้าสู่สภาวะการซื้อขายปกติ

อย่างไรก็ตามแม้ว่ามีความกังวลจากปัจจัยลบในประเทศ อย่างยอดผู้ติดเชื้อ “โควิด-19” ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างหนักอีกครั้ง จนส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงในวันที่ 12 เม.ย.2564 โดยดัชนีปิดที่ 1,541.12 จุด ลดลง 25.22 จุด ก่อนเข้าสู่วันหยุดยาวระหว่างวันที่ 13-14-15 เม.ย.2564 เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์

ขณะที่ในวันดังกล่าวยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 13 เม.ย. 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 965 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 654 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 302 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย

ถัดมาวันที่ 14 เม.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,335 ราย ประกอบด้วยผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 789 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 537 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย

ขณะวันที่ 15 เม.ย.64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,543 ราย ประกอบด้วยผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,161 ราย, จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 379 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย

ส่วนล่าสุดวันที่ 16 เม.ย.2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,582 ราย ประกอบด้วยผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 921 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 656 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) อีก 5 ราย

ทั้งนี้ ทำให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 39,038 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 35,809 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,229 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 28,480 ราย รักษาเพิ่ม 97 ราย ยังรักษาอยู่ 10,461 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ยอดเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 97 ราย

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตัวเลขล่าสุดเพิ่มขึ้นเกิน 1 พันคนต่อวัน อาจทำให้ดัชนีหลุดบริเวณ 1,530 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน) และลงมาแตะ 1,500 จุด

“จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกช่วงแรกและเทขายหุ้นออกมาจนฉุดดัชนีร่วง แต่หลังจากที่ผู้ติดเชื้อลดลงดัชนีก็ดีดตัวกลับเร็วเช่นกัน” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

ถึงอย่างไรหากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบ 3 นี้หากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในวันถัดไปก็อาจเป็นตัวกดดัชนี SET Index ปรับตัวลงได้อีก แต่หากยอดผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดน้อยลงจากช่วงที่ผ่านมาก็อาจทำให้ดัชนีเทคนิเคิลรีบาวด์ได้ในระยะถัดไป ดังนั้นเมื่อดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอาจเป็นโอกาส ประกอบกับตลาดหุ้นไทยยังแลกการ์ดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในเอเชีย