SCGP ฮุบ “Intan Group” ถือหุ้น 75% สยายปีกธุรกิจบรรจุภัณฑ์อินโดฯ ปิดดีลกลางปีนี้!

SCGP ประกาศเข้าลงทุน "Intan Group" ถือหุ้น 75% ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอินโดฯ คาดควบรวมกิจการได้กลางปีนี้!


บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นอย่างมีเงื่อนไขสัดส่วน 75% ใน PT Indonesia Dirtajaya Aneka Industri Box,PT Bahana Buana Box และ PT Rapipack Asritama รวมเรียกว่า Intan Group เมื่อวันที่ 10 พ.ค.64 ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมจะยังคงถือหุ้นที่เหลืออยู่

ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวจะดำเนินการผ่านบริษัทย่อย TCG Solutions Pte. Ltd. ที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัท กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ จำกัด (TCG) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SCGP และ Rengo Company Limited ประเทศญี่ปุ่น ในสัดส่วน 70:30 ซึ่ง SCGP คาดว่าจะดำเนินการควบรวมกิจการแล้วเสร็จภายในกลางปี 64

โดย Intan Group เป็นหนึ่งในผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกในอินโดนีเซีย ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ Surabaya ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะชวา Semarang ตั้งอยู่ทางตอนกลางของเกาะชวา Bekasi ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะชวา และ Minahasa ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี โดยมีลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ทั้งที่เป็นบริษัทข้ามชาติและเจ้าของกิจการภายในประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 63 Intan Group มีรายได้ 1,329 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,057 ล้านบาท) และมีสินทรัพย์รวม 755 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,737 ล้านบาท)

โดยการเข้าซื้อกิจการ Intan Group นี้ถือเป็นการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษของ SCGP ในอินโดนีเซียซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งเน้นย้ำความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของ SCGP ที่มีต่อโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งของอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานของตลาดผู้บริโภค นอกเหนือจากนั้น การเข้าลงทุนดังกล่าวยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานลูกค้าร่วมและการแลกเปลี่ยนจุดแข็งด้านการดำเนินงาน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสัดส่วนการบูรณาการในแนวตั้ง (Internal integration) ร่วมกันกับโรงงานกระดาษบรรจุภัณฑ์ PT Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar)

ด้าน นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCGP เปิดเผยว่า การขยายการลงทุนในอินโดนีเซียครั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มศักยภาพการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย และสามารถส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างธุรกิจที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุนใหม่กับธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบันด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานลูกค้าร่วม

นอกจากนี้ บริษัทสามารถนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ร่วมกับการนำเสนอโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย พัฒนาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มศักยภาพด้านการเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน

โดยบริษัทฯ วางกลยุทธ์ขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาค โดยมองว่า การขยายบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการของบรรจุภัณฑ์

ทั้งนี้ อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีศักยภาพจากประชากรที่มีจำนวนกว่า 270 ล้านคน สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน บริษัทฯ จึงขยายการลงทุนในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 56 ปัจจุบันมีบริษัทย่อย 5 บริษัท ได้แก่ PT Fajar Surya Wisesa Tbk.,  PT Dayasa Aria Prima (บริษัทย่อยของ Fajar), PT Primacorr Mandiri, PT Indorcorr Packaging Cikarang  และ PT Indoris Printingdo ที่เป็นฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก 2 แห่ง โรงพิมพ์สำหรับบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูก 1 แห่ง และโรงงานผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ 2 แห่ง ในปี 2563 รายได้จากการขายในอินโดนีเซีย เท่ากับ 17,577 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.94% ของรายได้จากการขายรวม

โดยภายหลังจากเข้าไปลงทุน บริษัทได้ร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์ขยายธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ และรวมผนึกพลัง เช่น การลดต้นทุนทางการเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และในไตรมาสแรกปี 64 บริษัทได้เริ่มเดินเครื่องจักรสายการผลิตใหม่ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ ส่วนการดำเนินงานใน PT Primacorr Mandiri, PT Indorcorr Packaging Cikarang  และ PT Indoris Printingdo บริษัทได้ประสานความร่วมมือแบบบูรณาการกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดของเสีย พัฒนาระบบไอที และนำนวัตกรรม Lightweight G Technology ของ SCGP เข้าไปใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์

 

 

 

Back to top button