เปิด 16 หุ้นฮอตรับ “หน้าร้อน” ลุ้นกำไรโตทะลัก โบรกชู BJC-ICHI-OSP เด่น

โบรกฯคัด 16 หุ้นรับอานิสงส์ “หน้าร้อน-เทศกาลสงกรานต์” ที่คาดว่าจะผลักดันผลงานเติบโตอย่างโดดเด่น อาทิ BJC-MINT-MAJOR-ICHI-OSP โดยหุ้นเครื่องดื่มเป็นกลุ่มที่โดดเด่น มีโอกาสโกยยอดขายเพิ่มขึ้น ชู SAPPE ราคาเป้า 34 บ. และ CBG ราคาเป้า 118 บ.


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมหุ้นที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มเติบโตที่ดีในช่วงหน้าร้อนมาฝากนักลงทุนในช่วงวันหยุดยาว “สงกรานต์” โดยทาง บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (Pi) คาดว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทย (SET) ในช่วงสัปดาห์นี้ค่อนข้างจำกัดในกรอบ 1,677-1,700 จุด

สำหรับเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะให้ถือครองเงินสดจากระดับ Valuation ที่ค่อนข้างสูง และแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเทศกาลสงกรานต์ อาทิ กลุ่มค้าปลีก อย่าง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL

รวมถึงกลุ่มโรงแรม อาทิ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT

กลุ่มสนามบิน ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

กลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC

กลุ่มศูนย์การค้า ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กลุ่มร้านอาหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และโรงภาพยนตร์ ได้แก่ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR

โดยแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BJC ราคาเป้าหมาย 40 บาท คาดผลประกอบการจะค่อยๆ ดีขึ้นในปี 2565 จากจุดต่ำสุดในปี 2564 หนุนจาก 1) ผลประกอบการ BigC ที่ดีขึ้น 2) ยอดขายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและเวียดนาม 3) รายได้ค่าเช่าฟื้นตัวจากการให้ส่วนลดค่าเช่าที่ลดลง

เช่นเดียวกับ M แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 61 บาท โดยคาดจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2565 ที่ 393 ล้านบาท โต 343% จากปีก่อน แต่ลดลง 2% จากไตรมาสก่อน หนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในสามแบรนด์หลัก (MK, Yayoi และแหลมเจริญซีฟู้ด) หลังจากกลับมาให้บริการแบบรับประทานในร้าน พร้อมกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวตามอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำลงทุนหุ้น “กลุ่มเครื่องดื่ม” รับฤดูร้อน ประกอบด้วย ICHI, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และเก็งกำไร (Trading) หุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP

โดย ICHI แนวโน้มผลประกอบการสดใส ตั้งเป้ารายได้ปี 2565 โต 24% ทั้งกลุ่มสินค้าเดิม ชาเขียว, เย็นเย็น, ชิซึโอกะ และสินค้าใหม่ ทั้งน้ำวิตามิน, น้ำอัดแก๊ส, น้ำผสมสารสกัด CBD และไบเล่ย์ ด้านต้นทุนแพคเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีแผนปรับราคาขายส่งและเร่งยอดขายชดเชย คาดกำไรปี 2565 ที่ 601 ล้านบาท เติบโต 10%

ทั้งนี้ รายได้ 2 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มองกำไรไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ 145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 9% จากไตรมาสก่อน

ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2565 ที่ 25 เท่า ยังต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มซึ่งอยู่ที่ 25-33 เท่า ให้ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท

ส่วน SAPPE คาดกำไรไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ราวๆ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 96% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายในประเทศที่เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน ด้านตลาดต่างประเทศยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ขณะที่อัตรากำไรยังอยู่ในระดับสูงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ (PET)

โดยปัจจุบันราคาหุ้นยังถูก ซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2565 ที่ 15 เท่า เทียบกับกลุ่มที่ 25-30 เท่า โดยบริษัทมีนโยบายเชิงรุก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ อย่างการเข้าลงทุนใน Mintel ซึ่งทำธุรกิจให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ Digital Transformation จะช่วยต่อยอดธุรกิจของบริษัทด้านการเก็บข้อมูล และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ให้ราคาเป้าหมาย 34 บาท

ส่วน CBG ประเมินกำไรไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ 720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 17% จากไตรมาสก่อน หลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดต่างประเทศ คาดกำไรปี 2565 ที่ 3,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%

โดยยอดขายจากการรับจ้างจัดจำหน่ายยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ในจีนคาดเติบโตสูงจากการวางกลยุทธ์และแผนการตลาดที่เข้มข้นขึ้น ยอดขายกลุ่มซีแอลเอ็มวี (CLMV) ฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน

ขณะเดียวกันบริษัทยังคงแผนเชิงรุกทั้งการขยายตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Energy Drink Plus และเครื่องดื่มผสมสารสกัด CBD ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมารับผลกระทบจากต้นทุนไปมากแล้ว จนซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2565 ที่ 29 เท่า ให้ราคาเป้าหมาย 118 บาท

Back to top button