สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 14 ก.ย.2566

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 14 ก.ย.2566


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ขณะที่หุ้นอาร์ม โฮลดิงส์ (Arm Holdings) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปในเครือของซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป พุ่งขึ้นในการซื้อขายวันแรกในตลาด Nasdaq

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,907.11 จุด เพิ่มขึ้น 331.58 จุด หรือ +0.96%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,505.10 จุด เพิ่มขึ้น 37.66 จุด หรือ +0.84% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,926.05 จุด เพิ่มขึ้น 112.47 จุด หรือ +0.81%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) โดยปรับตัวขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบ 6 เดือน หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า การคุมเข้มนโยบายการเงินใกล้สิ้นสุดแล้ว ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มพลังงาน

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 460.86 จุด เพิ่มขึ้น 6.92 จุด หรือ +1.52%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,308.67 จุด เพิ่มขึ้น 86.10 จุด หรือ +1.19%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,805.29 จุด เพิ่มขึ้น 151.26 จุด หรือ +0.97% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,673.08 จุด เพิ่มขึ้น 147.09 จุด หรือ +1.95%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) สู่ระดับสูงในรอบ 6 สัปดาห์ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่อุตสาหกรรมนำตลาดปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาแร่เหล็กที่พุ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,673.08 จุด เพิ่มขึ้น 147.09 จุด หรือ +1.95%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) ทำสถิติทะยานขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 ขานรับแนวโน้มอุปทานน้ำมันตึงตัวในตลาดโลก

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ หรือ 1.85% ปิดที่ 90.16 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2565

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.82 ดอลลาร์ หรือ 1.98% ปิดที่ 93.70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2565

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 1,932.80 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 18.70 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ 22.994 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 5.90 ดอลลาร์ หรือ 0.65% ปิดที่ 911.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,254.80 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.58% แตะที่ระดับ 105.3816

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8962 ฟรังก์ จากระดับ 0.8934 ฟรังก์ในวันพุธ (13 ก.ย.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับโครนาสวีเดน ที่ระดับ 11.2022 โครนา จากระดับ 11.1379 โครนา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 147.4410 เยน จากระดับ 147.4500 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3509 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3564 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.0636 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0732 ดอลลาร์ในวันพุธ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2402 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2486 ดอลลาร์

Back to top button