DITTO รายได้ขาย-บริการพุ่ง ดันกำไร Q3 โต 37% แตะ 97 ล้านบาท

DITTO โชว์งบไตรมาส 3/66 กำไรสุทธิ 96.58 ล้านบาท เติบโต 37% เทียบช่วงเดียวปีก่อน รับรู้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น ทั้งธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร และระบบการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ ธุรกิจรับเหมาวิศวกรรม และธุรกิจให้เช่า จำหน่าย หนุนงวด 9 เดือนแรกปี 66 มีกำไรสุทธิ 269.97 ล้านบาท เติบโต 40.48%


บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2566 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 96.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 70.54 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการตามงบการเงินรวมอยู่ที่ 552.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน 262.73 ล้านบาท

ทั้งเป็นผลมาจากธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร และระบบการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการ 1) ขยายให้บริการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ (Software Development) เพื่อใช้ในกระบวนการ ทำงานออนไลน์และการบริหารจัดการข้อมูลองค์กร จากการออกแบบระบบงานโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของดิทโต้ ให้แก่ลูกค้าหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น โครงการพัฒนาระบบงานรองรับการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ 2) จาก การให้บริการระบบการรักษาความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ (Cyber Security) ซึ่งเป็นการป้องกันความปลอดภัย ให้แก่ข้อมูลขององค์กร และ 3) การขยายฐานลูกค้าส่วนงานบริหารจัดการระบบงาน (Business Process Outsourcing: “BPO”)

รวมทั้งธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นจากปีก่อน จากการขยายงานด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีโดยบริษัทย่อยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ระดับโลกเพื่อพัฒนา สิ่งแวดล้อมและยกระดับการศูนย์การเรียนรู้ให้แก่เยาวชนในประเทศ โดยมีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเฉลิมพระเกียรติจังหวัดภูเก็ต โครงการก่อสร้างพัฒนาศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนระนองสู่มรดก โลก โครงการพัฒนาเกาะมันในเพื่อเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล และโครงการการติดตั้งระบบเตือน ภัยล่วงหน้า (Early Warning) สำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายสินค้าเทคโนโลยี เครื่องสแกนเนอร์ เซิร์ฟเวอร์จากธุรกิจ และสินค้าอื่น ๆ

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 269.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 192.17 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้จากการขายและบริการ 1,409.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน 460.75 ล้านบาท

ด้าน นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO เปิดเผยว่า ในงวด 3 เดือนไตรมาส 3/2566 บริษัทดิทโต้และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและบริการ 552.06 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 262.73 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 91% มีกำไรสุทธิ 96.58 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.04 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 37%

สำหรับผลประกอบการของดิทโต้ และบริษัทย่อย ในรอบ 9 เดือนของปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 1,409.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 460.75 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 269.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.80 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 40% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายฐกร กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มมากถึง 91% มาจากการขยายให้บริการซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในกระบวนการทำงานออนไลน์และบริหารจัดการข้อมูลองค์กรให้แก่ลูกค้าหน่วยงานราชการและเอกชน และจากการให้บริการไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นการป้องกันความปลอดภัยด้านข้อมูลขององค์กร รวมถึงจากการขยายฐานลูกค้าส่วนงานบริหารจัดการระบบงาน

ส่วนการขยายงานวิศวกรรมเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ มาตรฐานระดับโลก สำหรับการสร้างโครงการพิพิธภัณฑ์เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับการเรียนรู้เยาวชนไทย ก็มีรายได้เพิ่มจากปีก่อน

อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทและบริษัทย่อยยังขยายการลงทุนไปยังธุรกิจใหม่โดย มุ่งสู่ธุรกิจ Climate Technology (Green Technology) ธุรกิจสีเขียวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ทั้งในส่วนที่บริษัทได้รับการจัดสรรพื้นปลูกป่าชายเลนและบริษัทได้รับสิทธิ์ดูแลพื้นที่ป่าชายเลนจากชุมชน 53 ชุมชนกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมพื้นที่ทั้งหมด 110,948.47 ไร่

นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อย ได้เข้าลงนามสัญญาจ้างโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ระยะที่ 1 คลองหก กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในนามบริษัทร่วมค้า อาร์เอสดีที.จำนวน 5,354 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยมาตรฐานระดับโลกบนพื้นที่ 300 ไร่ และยังได้เข้าลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ระยะที่ 2 โครงการจัดการสร้างพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ไม้มีค่า มูลค่าโครงการรวม 2,044 ล้านบาท

บริษัทได้รับสัญญาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)ให้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบรองรับการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ มูลค่า 198.5 ล้านบาท และได้รับสัญญาจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)เพื่อพัฒนาระบบ ดิจิทัล ทวิน ระยะที่ 2 มูลค่าโครงการ 143 ล้านบาท  และลงทุนในหุ้นสามัญบริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIT จำนวน 45 ล้านหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น 18% จำนวนเงิน 860.76 ล้านบาทโดยมีวัตุประสงค์การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับระบบบริหารการจัดการข้อมูลของบริษัท คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าส่วนเพิ่มให้แก่ธุรกิจบริษัทได้

“อย่างไรก็ตาม ปีนี้ทั้งปี DITTO คาดว่าจะเติบโตเกินเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน จะเห็นได้จาก 9 เดือนแรกสามารถทำยอดขายได้เกินเป้า และยังรักษามาตรฐานกำไรได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะมีการขยายกำลังในการรับงานโครงการใหม่มากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษาจากการเข้าไปลงทุนในกิจการอื่นก็ตาม ส่วนไตรมาส 4/2566 คาดว่ารายได้น่าจะเติบโต แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอลง” นายฐกร กล่าว

Back to top button