
CGSI ชี้ผู้บริโภคระวังใช้จ่าย หลังยอดขายสาขาเดิม “กลุ่มค้าปลีก” เดือน ต.ค.ร่วงยกแผง
CGSI ระบุยอดขายสาขาเดิมของผู้ค้าปลีก 8 บริษัทในเดือนต.ค.68 ติดลบถ้วนหน้า สะท้อนอุปสงค์ในประเทศอ่อนแรง-ผู้บริโภคระมัดระวังใช้จ่าย ขณะที่กลุ่ม Home improvement ฟื้นตัวยากสุด แนะ “Neutral” เลือก CPALL-MOSHI เป็นท็อปพิก
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยว่า การบริโภคภายในประเทศของไทยในเดือนตุลาคม 2568 ยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงและไม่มีสัญญาณฟื้นตัวจากไตรมาส 3/2568 โดยคาดว่าผู้ค้าปลีกทั้ง 8 บริษัทที่ทำการศึกษา ได้แก่ บีเจซี (BJC), ซีพี ออลล์ (CPALL), ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT), ดูโฮม (DOHOME), โกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL), โฮมโปร (HMPRO), โมชิ (MOSHI) และเซ็นทรัลรีเทล (CRC) จะมียอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบทั้งหมดในเดือนดังกล่าว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบางและอุปสงค์สินค้าฟุ่มเฟือยที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
โดยการบริโภคยังขาดแรงขับเคลื่อนใหม่ ประกอบกับภาวะสภาพคล่องของครัวเรือนที่ตึงตัวและระดับหนี้สูง ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โดยผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคมียอดขายลดลงเล็กน้อย แต่กลุ่ม Home improvement ยังคงได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ทั้งนี้ ในส่วนของร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตประเมินว่า 7-Eleven มียอดขายสาขาเดิม (SSSG) ราว -1% จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ลดลง ขณะที่ BigC และ Lotus’s อยู่ในระดับ -3% ถึง -4% จากฐานสูงช่วงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในปีก่อน ส่วน Makro คาดว่ายอดขายสาขาเดิมอยู่ที่ -0.3% จากอุปสงค์ที่อ่อนแรงในภาคบริการและลูกค้าขายต่อ (reseller) ด้านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่เริ่มปลายเดือนตุลาคมยังไม่หนุนยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับกลุ่ม Home improvement ได้แก่ โฮมโปร (HMPRO), เมกาโฮม (MegaHome) และโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) คาดว่ามียอดขายสาขาเดิมลดลงมากที่สุด โดย HMPRO และ MegaHome คาดลดลง -8% และ -7% จาก -5.5% และ +1% ในไตรมาสก่อน ส่วน GLOBAL อยู่ที่ -5% จาก -0.9% ในไตรมาส 3/2568 สาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ตกต่ำและจำนวนลูกค้าที่ลดลง แม้จะมีการปรับราคาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์
ด้าน DOHOME เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่า SSSG เดือนตุลาคมอยู่ที่ -5% ดีกว่า -11% ในไตรมาสก่อน หลังปัญหาเหล็กขาดแคลนคลี่คลาย แต่ CGSI มองว่ายังไม่ใช่สัญญาณฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูงและความเข้มงวดด้านสินเชื่อยังจำกัดดีมานด์ในภาคที่อยู่อาศัย
โดยในส่วนของ MOSHI คาดว่ายอดขายสาขาเดิมติดลบ -9% จาก +5.4% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานสูงจากแคมเปญร่วมกับศิลปิน K-pop วง NCT Dream แต่แนวโน้มเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน และอาจกลับมาเป็นบวกได้ภายในเดือนธันวาคม ส่วน CRC คาดว่ายอดขายสาขาเดิมเดือนตุลาคมอยู่ที่ -2% ดีกว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อย โดยกลุ่มแฟชั่นและซูเปอร์มาร์เก็ตช่วยชดเชยผลกระทบจากสินค้าฮาร์ดไลน์ที่ยังหดตัว
ด้านตัวเลขยอดขายสาขาเดิมล่าสุดสะท้อนการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง โดยผู้บริโภคยังเน้นซื้อสินค้าจำเป็นมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ขณะที่มาตรการภาครัฐอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ช่วยได้เพียงระยะสั้น แต่ปัจจัยโครงสร้างอย่างหนี้ครัวเรือน ค่าแรงที่เพิ่มช้า และสังคมสูงวัย ยังคงกดดันกำลังซื้อในระยะยาว
ทั้งนี้ CGSI แนะนำคงน้ำหนัก “Neutral” ต่อกลุ่มค้าปลีกไทย โดยเลือก CPALL และ MOSHI เป็นหุ้นเด่น (Top pick) พร้อมมองว่ากลุ่มนี้ยังมีโอกาส (Upside risk) หากการบริโภคและการท่องเที่ยวฟื้นเร็วกว่าคาด ขณะความเสี่ยงด้านลบ (Downside risk) ยังคงอยู่ที่การใช้จ่ายซบเซาและการแข่งขันที่รุนแรง

