
TTB ประกาศควัก 8.9 พันล้าน ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นคืนรอบ 2 กรอบราคา 1.90-2 บาท
บอร์ด TTB ไฟเขียวตั้งโต๊ะซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปครั้งที่ 2 จำนวน 4,684 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 8,900 ล้านบาท กรอบราคา 1.90-2 บาท ระหว่าง 22 ม.ค.-4 ก.พ.69 เพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงิน ประกาศราคารับซื้อสุดท้าย วันที่ 5 ม.ค.69
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ (16 ธ.ค. 68) ว่าคณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินจากผู้ถือหุ้นทั่วไป (General Offer) ครั้งที่ 2 จำนวนหุ้นไม่เกิน 4,684 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 4.80% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด วงเงินซื้อหุ้นคืนสูงสุดไม่เกิน 8,900 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 22 ม.ค.–4 ก.พ. 69
ราคาซื้อหุ้นคืนเบื้องต้นอยู่ระหว่าง 1.90–2.00 บาทต่อหุ้น จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนครั้งนี้คิดเป็น 4.56–4.80% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หลังรวมกับการซื้อหุ้นคืนครั้งแรก จำนวนหุ้นสะสมทั้งหมดอยู่ระหว่าง 7,138–7,372 ล้านหุ้น หรือ 7.32–7.56% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว
ธนาคารจะประกาศราคาซื้อหุ้นคืนสุดท้ายภายในวันที่ 5 ม.ค. 69 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยพิจารณาจากสภาวะการซื้อขายหุ้น TTB ก่อนเริ่มดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
สำหรับการซื้อหุ้นคืนด้วยวิธี General Offer มีความรวดเร็วมากกว่าการซื้อผ่านระบบจับคู่อัตโนมัติ (AOM) ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ภายในระยะเวลาสั้น
ทั้งนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ธนาคารได้รับอนุมัติกรอบวงเงินสูงสุด 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (2568–2570) โดยการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกด้วยวิธี AOM ช่วง 3 ก.พ.–1 ส.ค. 68 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 2,688 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 2.76% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด มูลค่ารวม 5,103 ล้านบาท
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ถือเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนภายใต้กฎกระทรวงฉบับใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ ภายหลังการประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา
กระทรวงพาณิชย์ประกาศบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับใหม่ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนของบริษัทมหาชน หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา โดยกฎกระทรวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ได้ปรับปรุงกติกาสำคัญเพื่อให้สอดรับกับสภาพตลาดทุนยุคใหม่และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุนของบริษัทมหาชนจำกัด
สำหรับกฎใหม่นี้มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ
1.ยกเลิก “ระยะพักคอย” (Breaking Period) ที่เดิมบริษัทต้องรอ 6 เดือนก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนรอบใหม่ โดยให้สามารถเริ่มโครงการได้ทันที เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่อง
2.ขยายเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน จากเดิม 3 ปี เป็นสูงสุด 5 ปี เพื่อให้บริษัทเลือกช่วงเวลาขายหุ้นคืนได้เหมาะสมกับภาวะตลาดมากขึ้น

