
DMT ส่งซิก Q4 แจ่ม ดันรายได้ปีนี้โตเข้าเป้า 10% ลุยชิงมอเตอร์เวย์ M82–M5
DMT สงซิกไตรมาส 4/68 ฟื้นตัวเด่น จากแรงหนุนซีเกมส์ ดันจราจรเฉลี่ย 110,000 คันต่อวัน คาดรายได้ปี 68 โต 10% พร้อมเดินหน้าควบคุมต้นทุนและรักษากำไรสุทธิตามแผน พร้อมลุยประมูลมอเตอร์เวย์ M82–M5 ปี 69 ชี้ M82 เน้นติดตั้งระบบและบริหาร 30 ปี ส่วน M5 เล็งหาพันธมิตรร่วมทุนก่อสร้าง พร้อมคงนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 90% จากกำไรสุทธิ
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ฟื้นตัวโดดเด่นจากไตรมาส 3/2568 ตามแรงหนุนกิจกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเดินทางและสนับสนุนสภาพคล่องรายวันของธุรกิจ ส่งผลให้ปริมาณรถใช้ทางยกระดับเฉลี่ยขยับสู่ระดับ 110,000 คันต่อวัน คาดดันรายได้ทั้งปี 2568 เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 10% จากปีก่อนรายได้รวมอยู่ที่ 2,496.95 ล้านบาท พร้อมคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ โดยได้รับความเชื่อมั่นจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มี
สำหรับปี 2569 บริษัทคาดปริมาณการจราจรเติบโต 3-5% สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ พร้อมยืนยันการรักษาเป้ากำไรสุทธิได้ตามแผน โดยบริษัทเดินหน้าประหยัดค่าใช้จ่ายผ่านการลงทุน ระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ และเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรด้วยการไม่ขยายอัตรากำลังเพิ่ม
ส่วนแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการทางหลวงพิเศษ 2 เส้นทางสำคัญ ได้แก่ โครงการ M82 (สายบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว) และโครงการ M5 (สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต–บางปะอิน) โดยทั้งสองโครงการใช้รูปแบบสัญญาที่รัฐจ่ายคืนเงินลงทุนบางส่วนและว่าจ้างเอกชนบริหารจัดการระยะยาว แต่มีภาระการลงทุนและโครงสร้างงานที่แตกต่างกัน
โดย M82 รัฐก่อสร้างโครงสร้างหลัก ส่วนเอกชนติดตั้งระบบและรับจ้างบริหาร 30 ปี มีผลตอบแทนแบ่งเป็น AP1 (เงินคืนค่าติดตั้งระบบชำระทุกไตรมาสไม่เกิน 10 ปี) และ AP2 (ค่าจ้างบริหารตลอด 30 ปี) กำหนดยื่นซองข้อเสนอ 30 มีนาคม 2569 เปิดซองคุณสมบัติ 10 เมษายน 2569 และคาดทราบผลมิถุนายน 2569
ขณะที่ M5 เอกชนต้องลงทุนก่อสร้างทั้งโครงสร้างทางและระบบก่อน จึงจำเป็นต้องมีพันธมิตรด้านการก่อสร้าง คาดจำหน่ายเอกสารเชิญชวนปลายไตรมาส 1/2569 และยื่นซองเดือนมิถุนายน 2569 เปิดซองคุณสมบัติกรกฎาคม และคาดทราบผลกันยายน 2569
ส่วนผลดำเนินงานของบริษัทย่อย บริษัท เอ สยาม อินฟรา จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างคาดกำไรเป็นบวก โดยคาดรายได้ปีนี้ราว 40 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย และมี 2 โครงการรอรับรู้รายได้ปีหน้ามูลค่ารวม 20 ล้านบาท ขณะที่บริษัท แอลฟา ดี เอ็ม เทค จำกัด ดำเนินธุรกิจพัฒนาระบบชำระเงินดิจิทัล ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 25 ล้านบาท คาดโตตามเป้า และมีงานรอรับรู้รายได้ปีหน้า 2 โครงการอีกราว 30 ล้านบาท โดยทั้ง 2 บริษัทตั้งงบลงทุนรองรับธุรกิจใหม่รวมประมาณ 200 ล้านบาท
ดร.ศักดิ์ดา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสัมปทานทางด่วนโทลล์เวย์ยังเหลืออายุสัญญาถึงวันที่ 11 กันยายน 2577 หรือราว 9 ปี โดยตามมาตรา 49 กรมทางหลวงต้องพิจารณาอนาคตสัมปทานล่วงหน้า 5 ปี หรือราวปี 2572 ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ามีความได้เปรียบเชิงแข่งขันจากประสบการณ์หน้างานและความเข้าใจ KPI อย่างลึกซึ้ง พร้อมใช้มาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อสัญญา

