ASPS แนะเก็บ 10 หุ้นเป้า “ต่างชาติ” หลังซื้อสูงสุดรอบ 4 ปีดัน SET ทะลุ 1,400 จุด

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (9 ก.พ.69) กลับมาคึกคัก ดัชนีปิด 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.46% มูลค่าซื้อขายกว่า 1 แสนล้านบาท จากแรงซื้อสุทธิต่างชาติสูงสุดในรอบ 4 ปี หนุนโดยความชัดเจนกองทุน TISA และ Dividend Yield ไทยที่โดดเด่น ดึง Fund Flow ไหลเข้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าวานนี้ 9 ก.พ.69 ตลาดกลับมาคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีปิดที่ 1,400.89 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 46.88 จุด (+3.46%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่มากเกิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งมาจากนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิสูงถึง 16,535 ล้านบาท ซึ่ง ถือเป็นระดับการซื้อที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ยังมีแรงเสริมจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ซื้อสุทธิอีกกว่า 6,220 ล้านบาท

โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความชัดเจนเรื่องกองทุน TISA (THAI ESG ใหม่) ที่มีการปรับปรุง เงื่อนไขให้จูงใจมากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่ไทยเป็นเป้าหมายของทั้ง 2 กลุ่มนักลงทุน น่าจะมาจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (DIVIDEND YIELD) ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 4.2% ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด (เช่น ยุโรป/ฮ่องกง 3.3%, ญี่ปุ่น 1.7% และสหรัฐฯ 1.2%) เมื่อนำไปคำนวณส่วนต่างกับผลตอบแทนพันธบัตร พบว่า DIVIDEND YIELD GAP แตะระดับ 3% ซึ่งตามสถิติในอดีต (เช่น ปี 2016 และ 2022) ทุกครั้งที่ส่วนต่างนี้แตะ 3% จะเป็นสัญญาณที่ FUND FLOW มักจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเสมอ

ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงนี้ที่ยังมี MOMENTUM ซื้อสุทธิจากต่างชาติต่อ จึงเลือกหุ้นที่มี NET BUY สูงสุดจาก ต่างชาติวานนี้ และมีปัจจัยทางพื้นฐานบวกหนุน อาทิ

กลุ่มการแพทย์ ได้แก่ BDMS มาเป็นอันดับ 1 ซื้อสุทธิ 582 ล้านบาท ตามด้วย BH ตามราคาหุ้นที่ LAGGARD กลุ่มอื่นๆ

กลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTTEP และ PTT มีแรงซื้อหนาแน่นตามราคาน้ำมันเป็นขาขึ้นและพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

กลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก ได้แก่ MINT, CPALL, CPN และ CRC ขานรับการฟื้นตัวของการบริโภคหลัง เลือกตั้ง

กลุ่มธนาคารและนิคมฯ ได้แก่ KBANK, KTB, AMATA, WHA ก็ได้ประโยชน์ตามเศรษฐกิจฟื้นตัว และ นโยบายภาครัฐฯที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน

 

Back to top button