III โชว์กำไร Q4 แตะ 110 ลบ. ลุย Charter Flight ดันเป้ารายได้ปีนี้โต 15%

III เผยไตรมาส 4/2568 รายได้ 689.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 110.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากไตรมาสก่อน รับไฮซีซันท่องเที่ยว ฟื้นตัว หนุนปี 2569 เดินหน้า Aviation Ecosystem เปิด Charter Flight ก่อนส่ง Cargo Airline บุกตลาด ปักเป้าโต 10-15%


นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศระดับภูมิภาค เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีรายได้ 689.9 ล้านบาท  เติบโต 12.4% และทำกำไรสุทธิ 110.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วง High Season ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจหลักอย่างการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งรวมไปถึงคลังสินค้าในสนามบินดอนเมืองและคลังสินค้า Multimodal Warehouse ที่สนามบินสุวรรณภูมิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับได้รับส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการลงทุนใน AOTGA ตามการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวของไทย

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 2,477.9 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากธุรกิจหลักด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่ขยายตัวดี โดยมีกำไรสุทธิ 393.6 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อยจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงของ ANI จากอัตราค่าระวางที่ปรับตัวต่ำลง และ AOTGA ซึ่งได้ผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวในช่วงกลางปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ซึ่งจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มการดำเนินงานในระยะถัดไป

นายทิพย์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตโดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากการขยายตัวของกลุ่มสินค้า E-Commerce และสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และหากรัฐบาลใหม่ได้ทีมบริหารเศรษฐกิจมืออาชีพ ควบคู่กับการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าจนเกินไป จะส่งเสริมให้ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทิศทางค่าระวางคาดว่ามีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในปี 2569 ทริพเพิล ไอ มุ่งเน้นขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก โดยบูรณาการ Aviation Ecosystem เข้าด้วยกัน ได้แก่

1.) เชื่อมโครงข่าย 3 สนามบินหลัก ด้วยบริการ Airport Truck Link ที่เชื่อม 3 สนามบินหลักของไทย (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต) ซึ่งล่าสุดเตรียมขยายบริการไปยังประเทศจีน และสิงคโปร์ หลังจากที่ได้ขยายไปยังมาเลเซียแล้ว รวมไปถึงบริการ Multimodal Warehouse

2.) ผลักดันสนามบินภูเก็ตเป็นจุดเชื่อมต่อหลัก เนื่องจากสนามบินภูเก็ตยังมีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศไม่หนาแน่น ทำให้มีปริมาณพื้นที่ระวางนำมาสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เป็นจำนวนมาก โดยทริพเพิล ไอ จะใช้โซลูชัน Airport Truck Link ขนส่งสินค้าจากสนามบินสุวรรณภูมิไปส่งออกที่สนามบินภูเก็ต เพื่อช่วยสายการบินพันธมิตรบริหารจัดการพื้นที่ระวางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

3.) จัดตั้ง Cargo Airline ในรูปแบบมีตารางการบินที่ชัดเจน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาต คาดว่าจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 4/2569  ระหว่างนี้ได้เริ่มทดสอบระบบผ่านบริการเช่าเหมาลำ (Charter Flight) โดยเริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์
ในเส้นทางไทย-เมียนมา ซึ่งจะมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ควบคู่กับการขยายบริการเส้นทางใหม่ในภูมิภาคอาเซียนตลอดช่วงปี 2569

“ยุทธศาสตร์หลักของเราจากนี้ จะมุ่งขับเคลื่อนด้วย Aviation Ecosystem ที่เราพัฒนาไว้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากความร่วมมือกับสายการบินต่างๆ โดยมีนโยบายภาครัฐ ทั้งการผลักดันไทยสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค และโครงการเมืองการบินในพื้นที่ EEC ตลอดจนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ จะเป็นแรงสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ โดยทั้งหมดนี้จะทำให้เราประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้” นายทิพย์ กล่าว

ขณะที่ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA ที่ทริพเพิล ไอ ได้ลงทุนผ่านบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) หรือ SAL ได้เป็นผู้ชนะการประมูลผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้ารายที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะสร้างการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะลงนามสัญญาเร็วๆ นี้ และน่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2569 ขณะเดียวกัน บริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ANI ยังคงเดินหน้าขยายพันธมิตรสายการบินและเส้นทางให้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้เจรจาดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงกลางปีนี้

“ภาพรวมทริพเพิล ไอ ในปี 2569 จะเป็นการเติบโตผ่านระบบนิเวศทางธุรกิจการบิน (Aviation Ecosystem) ที่เราวางรากฐานไว้ได้อย่างชัดเจนและโดดเด่น โดยมีปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อ AOTGA อีกทั้งยังรวมถึงแผนการเติบโตของ ANI ทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของเราให้ขยายตัว
10-15% ตามเป้าหมาย” นายทิพย์ กล่าวในตอนท้าย

Back to top button