“อนุทิน” เรียกประชุม สมช. พรุ่งนี้! รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ยันไทยวางตัวเป็นกลาง

อนุทิน ชาญวีรกูล ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด เตรียมประชุมสภาวางมาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ด้านกองทัพอากาศเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากจำเป็น พร้อมชี้ไทยยึดหลักความเป็นกลาง วิงวอนทุกฝ่ายใช้การทูตคลี่คลายความขัดแย้ง


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า จับตาสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ขณะนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง .

เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในประเทศที่มีปัญหา โดยพรุ่งนี้ (2 มี.ค. 69) จะมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องกังวลในเรื่องการอพยพทุกคน กองทัพอากาศ โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รายงานตนตลอดเวลาถึงความพร้อม .

ขณะนี้อยู่ที่ว่าเราจะต้องเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยให้ครบหรือมากที่สุดก่อน และต้องประสานงานไปรับในจุดที่ปลอดภัย ซึ่งมีการร่วมงานกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งรัฐบาลและกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าประเทศไทยควรวางตัวแบบไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องวางตัวให้เป็นกลางให้มากที่สุด แต่ต้องมีความห่วงใยในสถานการณ์ เพราะเรามีพี่น้องของเราอยู่ในประเทศนั้นด้วย

.“เราก็วิงวอนทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาทางการทูต การพูดคุย การสร้างความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราต้องการให้โลกของเราเกิดสันติภาพให้เร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

.เมื่อถามถึงผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ต้องมีมาตรการทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ตรงไหนที่สามารถช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน รวมทั้งราคาพลังงานต่างๆ ตนได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หามาตรการเหล่านี้มารองรับ กองทุนน้ำมันต้องนำมาตรการมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด.

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปะทะขณะนี้ยังไม่มีอะไร โดยตนจะแวะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้กำลังใจ เพราะวันนี้อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว จะได้เห็นสภาพบริเวณชายแดนและความเป็นไปต่างๆ แต่ในภาพรวมขณะนี้อยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหลายยังคงเดิม เรายังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดด่าน และยังไม่มีแนวคิดดำเนินการใดๆ ในเรื่องการเจรจา

Back to top button