KBANK มองกรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.50-32.50 บ. จับตาประชุมเฟด-ศึกตะวันออกกลาง

กสิกรไทยมองกรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.50-32.50 บ./ดอลลาร์ หลังอ่อนค่าสุดรอบ 3 เดือนครึ่งเซ่นพิษสงครามอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง-ต่างชาติเทขาย แนะจับตาผลประชุมเฟด 17-18 มี.ค. และทิศทางดอกเบี้ยโลก


ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.) ไว้ที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มี.ค. 69) ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้นๆ ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี เงินบาทได้พลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศยืนยันที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 32.00 บาท ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง (นับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 68) ที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์

นอกจากนี้ ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย ที่ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย ล้วนเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากดดันค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven) ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้ภายในปีนี้

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์หน้า ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ประกอบด้วย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค. ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือน ม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังคงรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตลอดจนการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของกลุ่มยูโรโซน รวมถึงการประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR และเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ของประเทศจีน อาทิ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

Back to top button