
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! โรงกลั่น Valero เท็กซัสระเบิด กระทบกำลังกลั่น 4.35 แสนบาร์เรลต่อวัน
เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมัน Valero รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ กระทบกำลังผลิต 4.35 แสนบาร์เรล/วัน หวั่นซ้ำเติมวิกฤตอุปทานพลังงานโลกตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง จ่อดันราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอ้างอิง สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) และสถานีข่าวเคเอฟดีเอ็ม (KFDM) ในเครือซีบีเอส (CBS) ระบุว่า เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้าของวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมันของ บริษัท วาเลโร (Valero) ในเมืองพอร์ตอาร์เทอร์ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยมีกำลังการกลั่นปกติอยู่ที่ 435,000 บาร์เรลต่อวัน (รายงานระบุกำลังการกลั่นในช่วงเกิดเหตุที่ 380,000 บาร์เรลต่อวัน) เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นจำนวนมากและมองเห็นได้จากระยะไกลหลายไมล์
นางซีนา สตีเฟนส์ นายอำเภอในพื้นที่ เปิดเผยว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. แรงระเบิดส่งผลให้กระจกรถยนต์และหน้าต่างบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ห่างออกไปเกิดการสั่นสะเทือน พร้อมกับมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่ามีกลิ่นคละคลุ้งคล้ายก๊าซไข่เน่าหรือซัลเฟอร์ โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าต้นเพลิงอาจมาจากหน่วยทำความร้อนอุตสาหกรรม (Diesel Hydrotreater) ซึ่งอยู่ใกล้กับหน่วย Fluid Catalytic Cracker (FCC) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่กี่ราย และสามารถตรวจสอบยอดพนักงานในพื้นที่ได้ครบทุกคนแล้ว
ขณะที่ นางแครอล เฮเบิร์ต ผู้จัดการฝ่ายกิจการสาธารณะของบริษัท Valero ยืนยันว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในหน่วยทำความร้อนของโรงกลั่น โดยทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินของบริษัทกำลังเร่งฉีดน้ำเพื่อดับไฟและควบคุมสถานการณ์ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าความปลอดภัยของพนักงานคือเรื่องสำคัญที่สุด ทั้งนี้ บริษัทได้สั่งปิดการดำเนินงานบางส่วนของโรงกลั่นแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะต้องปิดทำการทั้งระบบหรือไม่
สำหรับผลกระทบต่อชุมชน ทางการไม่ได้สั่งอพยพประชาชนแต่อย่างใด แต่ได้ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองพอร์ตอาร์เทอร์ พื้นที่ซาบีนพาส และเพลเชอร์ไอแลนด์ กักตัวในที่พักอาศัย (Shelter-in-place) ทันที เพื่อหลบภัยจากกลุ่มควัน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของเจฟเฟอร์สันเคาน์ตีและหน่วยงานคมนาคมของรัฐเท็กซัส ได้สั่งปิดเส้นทางจราจรบนทางหลวงของรัฐหมายเลข 82 และ 87 บางส่วนเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้นักเรียนในพื้นที่ซาบีนพาสบางส่วนติดค้างและมีการสั่งหยุดเรียนในวันนี้ โดยนายทิม ดูริโซ หัวหน้าตำรวจระบุว่า ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำการตามทางแยกสำคัญ และจะอนุญาตให้ประชาชนเดินทางเข้าเมืองได้อีกครั้งเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย
ขณะที่ในส่วนของนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นและราคาน้ำมัน การสูญเสียกำลังการผลิตจากโรงกลั่นพอร์ตอาร์เทอร์ของ Valero ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ถือเป็นภาวะอุปทานหยุดชะงัก (Supply Shock) ที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้น จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจัยดังกล่าวจะยิ่งผลักดันให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ล่าสุดในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures) เริ่มมีการขยับตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อรับข่าวนี้แล้ว เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าหากโรงกลั่นจำเป็นต้องปิดซ่อมแซมเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสต็อกน้ำมันในช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง
