สนพ.เปิดเฮียริ่ง Load Forecast ใหม่รับ PDP ปี 69 ชี้ EV-Data Center ดันดีมานด์ทะลัก

สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น "ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า" เพื่อใช้จัดทำแผน PDP 2569 ชี้เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center เป็นปัจจัยหลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดแตะ 7.7 หมื่นเมกะวัตต์ในปี 2593


สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้จัดการรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำ “ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า (Load Forecast)” เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2569) ให้มีความสอดคล้องกับบริบทด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้พลังงานที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ เปิดเผยว่า การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าในครั้งนี้ ทาง สนพ. ได้ดำเนินการปรับปรุงสมมติฐานสำคัญให้มีความทันต่อสถานการณ์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ประชากร และเทคโนโลยี โดยได้นำปัจจัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย อาทิ การเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) ตลอดจนมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการโหลด เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนและมีการกระจายตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าดังกล่าว ได้พิจารณาถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ควบคู่ไปกับความต้องการใหม่ (New Demand) จากโครงการและนโยบายสำคัญของประเทศ เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชน ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึง EV และ Data Center ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังได้มีการพิจารณาสมมติฐานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดภาระความต้องการไฟฟ้าจากระบบหลัก รวมถึงผลลัพธ์จากมาตรการอนุรักษ์พลังงานในระดับเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มความต้องการไฟฟ้ายังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่อยู่ในอัตราที่ชะลอตัวลง

สำหรับผลการพยากรณ์ในกรณีต่ำ (Low) คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 36,450 เมกะวัตต์ ในปี 2569 ไปสู่ระดับ 71,340 เมกะวัตต์ ในปี 2593 หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปี และจะมีการใช้ไฟฟ้ารวมในปี 2593 อยู่ที่ 386,081 ล้านหน่วย ขณะที่การพยากรณ์ในกรณีสูง (High) ประเมินว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในปี 2593 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 77,374 เมกะวัตต์ หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ต่อปี และจะมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 434,371 ล้านหน่วย โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและ Data Center

นอกจากนี้ สนพ. ยังได้พิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ซึ่งเปลี่ยนจากช่วงเวลากลางวันไปสู่ช่วงเวลากลางคืน อันเป็นผลมาจากการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าในภาคธุรกิจยุคดิจิทัล รวมถึงได้มีการพิจารณานโยบายที่จำเป็นในอนาคต เช่น การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Data Center การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง และการเปิดให้ใช้โครงข่ายไฟฟ้า ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสำหรับการจัดทำแผน PDP 2569 เพื่อเป็นการยกระดับการวางแผนพลังงานของประเทศ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวต่อไป

Back to top button