YLG ชี้ “ทองคำ” พักตัวระยะกลาง แนะสะสมลุ้นทะลุ 90,000 บาท

YLG ประเมินราคาทองคำแค่พักตัวระยะกลาง ทิศทางระยะยาวยังเป็นขาขึ้นรับสงครามตะวันออกกลางและเฟดลดดอกเบี้ย แนะหาจังหวะสะสม ลุ้นเป้าปี 2569 ทะยานแตะ 90,000 บาท ชวนลงทุนแอป YLG Get Gold เริ่มแค่ 100 บาท


นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กดดันตลาดในขณะนี้ว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบทางเทคนิคที่ประเมินไว้ โดยมองว่าการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นการ “พักตัวระยะกลาง” (Correction) เท่านั้น

ขณะที่ภาพรวมระยะยาวยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนจากการที่ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ วันที่ 25 มีนาคม ราคาทองคำมีสัญญาณดีดกลับค่อนข้างแรง ซึ่งประเมินว่าเป็นการเคลื่อนไหวในระยะสั้น หลังจากราคาทองคำปรับตัวลงจนเข้าสู่สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในกราฟราย 1 ชั่วโมง จึงคาดการณ์ว่าราคาจะเกิดการดีดตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระมัดระวังหากในระยะสั้นราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 4,668-4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (72,200-77,300 บาท) อาจเป็นการ “ดีดเพื่อลงต่อ” ในระยะกลางที่ระดับ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งการพักตัวระยะกลางนี้ถือเป็นโอกาสในการสะสม

ทั้งนี้ (YLG) ประเมินเป้าหมายการปรับฐานรอบนี้ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (63,300-60,700 บาทต่อบาททองคำ) และมีระดับลึกสุดที่ 3,556 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (55,000 บาทต่อบาททองคำ) ซึ่งบริษัทมองว่าโอกาสที่จะปรับตัวลงไปถึงระดับลึกสุดนั้นมีน้อย หากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง แต่หากการปรับฐานเสร็จสิ้นและราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้าน 4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปได้ จะเป็นสัญญาณยืนยัน (Confirm) การกลับเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่อีกครั้ง โดยบริษัทยังคงเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ไว้ที่ 5,596-5,824 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (86,600-90,000 บาทต่อบาททองคำ)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน (YLG) ให้คำแนะนำดังนี้ 1. ผู้ที่มีทองคำในมือจำนวนมาก หากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,668 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์แต่ไม่ผ่าน แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดสถานะบางส่วน แต่หากผ่านระดับ 4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปได้ ให้ชะลอการขายเพื่อรอไปขายทำกำไรใกล้จุดสูงสุดเดิม (All Time High) 2. ผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ใช้จังหวะการพักตัวของราคา (Buy on Dip) เป็นโอกาสในการทยอยสะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาไม่หลุดแนวรับแรกที่ระดับ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

นอกจากนี้ ในระยะยาว (YLG) ยังคงมุมมองว่าราคาทองคำจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อไป โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1. ความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย (Recession) รวมไปถึงภาวะ Stagflation ซึ่งแม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะไม่อยากฟันธงว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ความเสี่ยงดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง 2. แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง โดยความไม่แน่นอนด้านนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นตัวเร่งของเทรนด์ใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คือ การลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลาง (Central Bank Gold Buying) ให้เร่งตัวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นเป็นระยะตลอดปี 2569

ล่าสุด ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน โดยถือครองเพิ่มขึ้น 30,000 ทรอยออนซ์ หรือ 0.93 ตัน สู่ระดับ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ หรือ 2,308 ตัน 3. การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) แม้เครื่องมือ CME FedWatch Tool จะปรับลดการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่ทาง Goldman Sachs ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงสมมติฐานหลักที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในเดือนกันยายนและธันวาคมของปีนี้ และ 4. กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกจากกองทุน ETF ทองคำ แม้กระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความต้องการทองคำผ่านกองทุน ETF ทั่วโลกในปี 2025 โดยมีการเข้าซื้อสุทธิประมาณ 800 ตัน แต่ในปีนี้เริ่มเกิดกระแสเงินทุนไหลออก นำโดยกองทุน SPDR ที่ลดการถือครองทองคำลง 13.5 ตันในปีนี้

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน (YLG) มีบริการผ่านแอปพลิเคชัน “YLG Get Gold” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายดาย โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท แอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ให้สามารถซื้อขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าถึงได้ง่ายผ่านสมาร์ตโฟน และมีระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

ทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนและยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน โดยจะทราบผลอนุมัติภายในวันเดียว และสามารถเริ่มซื้อขายทองคำได้ทันที ซึ่งเปิดให้ลงทุนตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึงปริมาณสูงสุด 80 กิโลกรัมต่อวัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ผ่าน App Store และ Play Store หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง LINE: @ylggetgold หรือโทรศัพท์ 0-2678-9888 ต่อ 2

Back to top button