
“สผ.” ถกเกณฑ์คุ้มครองสิ่งแวดล้อม “ภูเก็ต” มุ่งแก้ปมที่ดิน-ผังเมือง
สผ. เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างประกาศคุ้มครองสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ฉบับที่ 2 มุ่งทบทวนมาตรการเร่งด่วน 4 ประเด็น ปลดล็อกข้อจำกัดการใช้ที่ดิน-อาคาร ลดลิดรอนสิทธิ์ประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยกองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ ได้ดำเนินการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องบอลรูม 2 โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา และมี นางสาวสุจิตรา อยู่ทอง ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ เป็นผู้กล่าวรายงาน
สำหรับการสัมมนาดังกล่าว ประกอบด้วยการนำเสนอการทบทวนและปรับปรุงประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต พร้อมนำเสนอร่างประกาศกระทรวงฯ จังหวัดภูเก็ต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. รวมทั้งมีการเปิดเวทีเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และตอบข้อซักถามแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อร่างประกาศดังกล่าว โดยมีวิทยากร 4 ท่าน ได้แก่ นางสาวสุจิตรา อยู่ทอง ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ, นางสาวสิวินีย์ ดิลกรัตนพิจิตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม, นางสุดารัตน์ ปิยสถิตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ และนางกิตติมา แสงสี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ โดยมี นางสาวสุภาวินี นิลเขต นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ เป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงเสวนา ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน สถาบันการศึกษา กลุ่มนักวิชาการอิสระ เครือข่าย และภาคประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวนประมาณ 100 คน
สาระสำคัญของร่างประกาศกระทรวงฯ จังหวัดภูเก็ต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. มุ่งเน้นการทบทวนและปรับปรุงมาตรการที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานและการบังคับใช้ของหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาของจังหวัดภูเก็ต โดยมีประเด็นที่มีการทบทวนและปรับปรุงเฉพาะบางมาตรการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ (1) การเพิ่มข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในที่ดินราชพัสดุ หรือในที่ดินทำกินที่จัดให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 80 เมตรขึ้นไป เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ ซึ่งกรณีที่มีการอนุญาตก่อสร้างอาคารให้ใช้บังคับตามเงื่อนไขของประกาศฉบับปัจจุบัน และ (2) การตัดถ้อยคำ “ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ” ในกรณีการใช้ประโยชน์ที่ดินของเอกชนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเกินกว่า 80 เมตร ถึง 150 เมตร เพื่อเป็นการลดการลิดรอนสิทธิ์ของภาคประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังรวมถึง (3) การเพิ่มข้อกำหนด “ก่อนการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร หรือดำเนินโครงการ หรือประกอบกิจการ” สำหรับโครงการหรือกิจการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อแนวทางปฏิบัติ และ (4) การยกเลิก “กิจการที่นำบ้านพักอาศัยที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ไปให้บริการเป็นสถานที่พักในลักษณะโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม” โดยปรับเป็น “โรงแรม อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารชุด ที่อยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลเกินกว่า 50 เมตร ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใช้สอยของอาคารรวมกันตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป” ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อแนวทางปฏิบัติ ลดปัญหาในการตีความ และเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมฉบับอื่น ๆ ที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกระทรวงฯ จังหวัดภูเก็ต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. แล้ว สผ. จะได้นำข้อมูลไปประมวลผลและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

