
น้ำมัน WTI-เบรนท์ ปิดร่วง! จับตา “สหรัฐ” ถกแผนรับมือ “อิหร่าน-โอเปกพลัส”
สัญญาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ปิดร่วง นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หวั่นกระทบเศรษฐกิจและอุปสงค์ชะลอตัว ขณะที่ตลาดจับตาความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และการประชุมโอเปกพลัส
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดน้ำมันนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดปรับตัวลดลง 1.81 ดอลลาร์ หรือลดลง 1.69% มาอยู่ที่ระดับ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ที่ปรับตัวลดลง 4.02 ดอลลาร์ หรือลดลง 3.41% ปิดที่ 114.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาน้ำมันมาจากการที่นักลงทุนพากันเทขายทำกำไร หลังจากราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีในการซื้อขายช่วงแรก นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และกลับมากดดันอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ได้ทะยานขึ้นมาแล้วราว 60% นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ด้านสำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารที่อาจนำมาใช้กับอิหร่าน ต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม เพื่อแลกกับการเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไป พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไป จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ
ขณะที่บทวิเคราะห์จาก บริษัท โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ หรือ GS ประเมินว่า การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ ซึ่งหากสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมต่อไป ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ GS ยังให้ความเห็นกรณีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ว่า การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของ UAE น่าจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะนำมาชดเชยภาวะอุปทานตึงตัวในระยะสั้นได้
ส่วนของความเคลื่อนไหวฝั่งผู้ผลิตน้ำมัน ทางการรัสเซียยืนยันว่ากลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) จะยังคงจัดการประชุมในวันอาทิตย์นี้ (3 พ.ค.) ตามกำหนดการเดิม แม้ UAE จะประกาศถอนตัวออกไปก็ตาม โดยนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ระบุว่า การประชุมจะเกิดขึ้นและทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สมาชิกจะร่วมกันประเมินศักยภาพของโอเปกพลัสในการจัดหาน้ำมันป้อนสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียยอมรับว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่า UAE จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยหรือไม่ และปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงโควตาการผลิต
ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปกและโอเปกพลัส โดยมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ทาง UAE ได้ออกมายืนยันว่ายังคงมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก โดยนโยบายการผลิตน้ำมันของประเทศในอนาคตจะพิจารณาและคำนึงถึงปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกเป็นสำคัญ

