
“สุเชษฐ์” มอง SET รีบาวด์! ตามตลาดเอเชีย แนะเก็งกำไร BCP-MTC-GULF-BCH-BBL
“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมิน SET มีโอกาสรีบาวด์ตามตลาดภูมิภาค ให้แนวต้าน 1,573 จุด แนะเก็งกำไร BCP, MTC, GULF, BCH และ BBL เด่น พร้อมชูกลุ่มแบงก์-ค้าปลีกยังน่าสนใจ รับปัจจัยพื้นฐานแกร่งและนโยบายรัฐหนุนกำลังซื้อ
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้( 9 มิถุนายน 2569) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีโอกาสรีบาวด์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า
ทั้งนี้ ASL ประเมินว่า SET Index มีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,573 จุด โดยการรีบาวด์รอบนี้ได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดต่างประเทศ และแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ หลังตลาดปรับฐานลงมาก่อนหน้า
สำหรับหุ้นที่ ASL แนะนำ ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP โดยมองว่าน่าสนใจจากทิศทางราคาน้ำมันโลกที่เริ่มอ่อนตัว ให้แนวรับบริเวณ 33 บาท และแนวต้าน 36 บาท
ส่วนหุ้นบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือหรือ MTC มองเป็นหุ้นเล่นรอบ โดยมีแนวรับบริเวณ 27-27.75 บาท และแนวต้าน 31.25 บาท หากผ่านระดับ 31 บาทขึ้นไปได้ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ 35 บาท
ขณะที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ยังคงมีภาพแข็งแกร่ง โดยให้แนวรับที่ 64 บาท และแนวต้าน 65-66 บาท เหมาะกับการถือหรือเก็งกำไรระยะสั้นตามกระแสข่าวและจังหวะตลาด
นอกจากนี้ ASL ยังแนะนำบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH โดยให้แนวรับ 9 บาท และแนวต้าน 10 บาท และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซึ่งมองว่ายังน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยให้แนวรับ 170 บาท หากหลุด 169 บาทควรเพิ่มความระมัดระวัง ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 175-176 บาท
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามขณะนี้มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ สถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลยุติการโจมตีตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง ซึ่งอาจทำให้หุ้นกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมี เช่น PTTGC และ IVL มีความผันผวนตามข่าวสงคราม จึงควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง
อีกประเด็นคือกระแสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ซึ่งยังต้องติดตามทิศทางเม็ดเงินลงทุนในระยะถัดไป โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ตลาดอาจมีความผันผวนจากการโยกเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มนิ่งขึ้นหลังผ่านช่วงเวลาดังกล่าว
นายสุเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักในการเพิ่มน้ำหนักลงทุน แม้ก่อนหน้านี้มีแรงซื้อเข้ามาบางส่วน แต่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังไม่โดดเด่น โดยเฉพาะ BDMS ที่ฟื้นตัวได้จำกัด ขณะที่ BCH มีโอกาสรีบาวด์จากราคาที่ปรับตัวลงมาลึก
ส่วนกลุ่มที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร ซึ่งหลายตัวทำจุดสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะ BBL ที่ยังมีช่องว่างให้ปรับตัวขึ้นมากกว่าหุ้นบางตัวในกลุ่ม ขณะที่ KTB มองว่าระยะสั้นอัพไซด์เริ่มจำกัด หลังราคาปรับขึ้นมาใกล้บริเวณ 35.50-36 บาท ส่วน SCB มองว่าราคาปัจจุบันค่อนข้างเต็มมูลค่าแล้ว
นอกจากนี้ ยังมองว่าหุ้นกลุ่มพาณิชย์ เช่น CPALL และ CPAXT มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนกำลังซื้อในระยะสั้น