NPS โชว์กำไร Q1 โต 24% แตะ 530 ล้านบาท เร่งขยายธุรกิจ Green Logistics

NPS เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% จากปีก่อน หนุนจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง การใช้รถ EV ขนส่ง และโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 4,222 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายธุรกิจ Green Logistics


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ NPS เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 4,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 4,166 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน 427 ล้านบาท

โดยบริษัทระบุว่า การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลจากการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง รวมถึงการนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) มาใช้ในการขนส่งเชื้อเพลิง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความสำเร็จของการผลิตไฟฟ้าจากโครงการ Floating Solar Farm เพื่อจำหน่าย โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 157 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 33,511 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 11,311 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.70 เท่า ลดลงจาก 1.80 เท่า ณ สิ้นปี 2568

สำหรับแผนการดำเนินงาน บริษัทอยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า NPP12 โดยได้จัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สำคัญครบถ้วนแล้ว เพื่อควบคุมต้นทุนการก่อสร้างให้อยู่ภายใต้งบประมาณ แม้ต้นทุนขนส่งจะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยโครงการดังกล่าวยังคงเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 1/2571 ตามแผนเดิม

นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจ Green logistics โดยนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) จำนวน 215 คัน มาใช้แทนรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการขนส่งเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้บริการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบแก่โรงงานในสวนอุตสาหกรรม 304 และพื้นที่ใกล้เคียง และมีแผนขยายจำนวนรถ EV พร้อมระบบชาร์จและระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เพิ่มเติมในอนาคต

ขณะเดียวกัน ในไตรมาส 1/2569 บริษัทประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้มูลค่า 5,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคม และรองรับการลงทุนโครงการขยายงาน โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 3 ปี 9 เดือน, 5 ปี, 5 ปี 9 เดือน และ 7 ปี ซึ่งช่วยให้โครงสร้างการครบกำหนดหนี้สอดคล้องกับกระแสเงินสดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนในระยะยาว

Back to top button