
UNDP-KTB เปิดเกมลงทุนสีเขียว ดันชุมชนแนวหน้ารับมือโลกร้อน
UNDP ผนึกกำลังแบงก์กรุงไทย (KTB) เปิดโมเดลระดมทุนรูปแบบใหม่ หนุนชุมชนเป็นหัวหอกแก้ปัญหาโลกร้อนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านแผนงาน SGP ระยะที่ 8 พร้อมเชื่อมโยงเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และตลาด สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่การรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
นายกฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ ผู้บริหารสายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวว่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) พร้อมด้วยธนาคารกรุงไทยร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย
การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการดำเนินงานระยะที่ 8 ของแผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (Small Grants Programme: SGP) ในประเทศไทย ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนชุมชนแล้ว 492 แห่ง ผ่านการให้ทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพ และการเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด อย่างไรก็ตาม ระยะที่ 8 นี้นับเป็นครั้งแรกที่ SGP ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคการเงินและภาคเอกชนในประเทศไทย โดย UNDP และธนาคารกรุงไทยจะร่วมกันพัฒนารูปแบบความร่วมมือด้านการลงทุนที่ก้าวข้ามการให้ทุนแบบดั้งเดิม
สำหรับแผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะนี้จะมุ่งสนับสนุนการดำเนินงานใน 4 พื้นที่ภูมิทัศน์และภูมิทัศน์ทางทะเลสำคัญ ได้แก่ ชายฝั่งอันดามันตอนล่าง เทือกเขาเพชรบูรณ์ ลุ่มน้ำยวม–สาละวิน และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ธนาคารกรุงไทยเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเริ่มต้นจากชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะชุมชนคือผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เมื่อชุมชนได้รับโอกาส การสนับสนุน และเครือข่ายความร่วมมือที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือภายใต้แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะที่ 8 ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านการเงิน แต่เป็นการร่วมสร้าง ‘ระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ที่จะช่วยเสริมพลังให้ชุมชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ”
ด้านข้อมูลจากโครงการ Biodiversity Finance Initiative (BIOFIN) ของ UNDP ระบุว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 70% ของประเทศไทยพึ่งพาธรรมชาติโดยตรง ประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัยของความหลากหลายทางชีวภาพเกือบ 10% ของโลก รวมถึงพืชกว่า 15,000 ชนิด ความมั่งคั่งทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร และเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจหลัก เช่น เกษตรกรรม ป่าไม้ และการท่องเที่ยว ซึ่งรวมกันคิดเป็นเกือบ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อธรรมชาติยังคงไม่เพียงพอ โดยประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านการเงินเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความร่วมมือระหว่าง UNDP และธนาคารกรุงไทย ซึ่งมุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดช่องว่างดังกล่าว

