PROEN รุกคลาวด์ภาครัฐ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 100 ล้านบาท

PROEN เดินหน้ารุกธุรกิจคลาวด์ภาครัฐและดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มคลาวด์ปีนี้แตะ 100 ล้านบาท โตแรงจากปีก่อน 5 ล้านบาท พร้อมรับอานิสงส์งบคลาวด์รัฐปี 2570 เพิ่มเป็น 8.48 พันล้านบาท ขณะปรับพอร์ตลดงานรับเหมา หันเน้น Cloud, ICT และ Smart City


นายกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ PROEN หนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ ด้านธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร  เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังกลุ่มธุรกิจให้บริการคลาวด์ภาครัฐมีแนวโน้มเติบโตที่ดี คาดว่าปีนี้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะมีรายได้รวมประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตแรงมากเมื่อเทียบกับฐานปีก่อนที่มีรายได้แค่ 5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ยังโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ประเมินว่าในปีหน้า ธุรกิจการให้บริการคลาด์ภาครัฐของ  PROEN ยังจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะในปีงบประมาณ 2570 ภาครัฐได้ปรับเพิ่มงบบริการคลาวด์ภาครัฐเป็น 8,480 ล้านบาท และ PROEN ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ภาครัฐที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการ ประกอบกับเราก็เป็นพันธมิตรกับบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัดหรือ NT  ในการขับเคลื่อนโครงการคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ GDCC

นายกิตติพันธ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่กลุ่ม PROEN ปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน  โดยโครงสร้างรายได้หลัก 35 % จะมาจากกลุ่มธุรกิจให้บริการคลาด์ (Cloud Service) และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT) มีสัดส่วน 30 % และกลุ่มธุรกิจเมืองอัจฉริยะ( Smart City) 35%

ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ดำเนินธุรกิจโดยบริษัทลูกคือ บริษัทโปรเอ็น เทเลบิซ จำกัด บริษัทมีนโยบายที่จะลดสัดส่วนงานรับเหมาก่อสร้างลง มุ่งไปรับงานด้าน Smart City ซึ่งประกอบด้วย  กล้องวงจรปิด (CCTV) โปรแกรมการบริหารจัดการเมือง ให้บริการระบบความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ระบบการจัดการขยะ รวมทั้ง ระบบกักเก็บพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ (Solar BESS) และระบบ EV Charging Station โดยจะเน้นกลุ่มเมืองขนาดใหญ่ ที่มีงบประมาณมากพอในการยกระดับเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ  รวมทั้งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ  EEC

“ปีนี้กลุ่ม PROEN มีเป้าหมายชัดเจนในการรุกธุรกิจ 3 ส่วนทั้งธุรกิจให้บริการคลาด์และดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่ม ICT  กลุ่ม Smart City เพราะเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะเดียวกันเราก็เดินหน้าลดสัดส่วนงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างลง เพราะประเมินแล้วว่าเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง ความสามารถในการทำกำไรต่ำ” นายกิตติพันธ์ กล่าว

Back to top button