
“แบงก์ยักษ์โลก” ตบเท้าปล่อยกู้ GULF ร่วม 2 หมื่นล้าน ตอกย้ำผู้นำธุรกิจ”พลังงาน-อินฟราเทค”
“ดีบีเอส-มิซุโฮ-MUFG-Natixis-ซูมิโตโม-ยูโอบี” กรีฑาประเดิมปล่อยสินเชื่อร่วมให้ GULF ทะลักความต้องการวงเงินราว 2 หมื่นล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นฐานะการเงิน-ศักยภาพเติบโตธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระดับสากล
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการจัดหาวงเงินกู้ร่วมระยะยาวจากกลุ่มธนาคารในต่างประเทศ หรือ Offshore Syndicated Term Loan Facility มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท นับเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ และขยายความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินแห่งใหม่ในระดับสากล
ทั้งนี้ GULF เริ่มดำเนินการจัดหาวงเงินกู้ต่างประเทศในวงเงินเริ่มต้น 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นรุ่นอายุ 3 ปี และ 5 ปี โดยได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินรวม 33 แห่ง ซึ่งเสนอวงเงินสินเชื่อสูงถึงเกือบ 4 เท่าของวงเงินเริ่มต้น บริษัทจึงใช้สิทธิ์จัดสรรวงเงินส่วนเกิน หรือ Greenshoe Option เพิ่มอีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดวงเงินรวมเพิ่มเป็น 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการจัดหาวงเงินกู้ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากสถาบันการเงินชั้นนำในหลายประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินเดีย มาเก๊า และฝรั่งเศส สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่างประเทศต่อฐานะการเงินของ GULF การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง และประสบการณ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของ GULF ในฐานะบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล และมีศักยภาพในการขยายการเติบโตในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล นอกเหนือจากธุรกิจพลังงานที่เป็นฐานหลักของบริษัท
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน กลุ่มบริษัท GULF กล่าวว่า ความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมจากต่างประเทศครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ GULF ในการดำเนินกลยุทธ์ทางการเงิน โดยช่วยให้บริษัทสามารถขยายฐานกลุ่มธนาคารไปยังสถาบันการเงินแห่งใหม่ในต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากตลาดหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศ และเพิ่มความคล่องตัวในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ
โดยการที่สถาบันการเงินต่างประเทศเสนอวงเงินสินเชื่อสูงถึงเกือบ 4 เท่าของวงเงินเริ่มต้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งทางการเงิน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของบริษัท รวมถึงการได้รับอันดับเครดิต “A” แนวโน้ม Stable จาก Japan Credit Rating Agency หรือ JCR ซึ่งเป็นอันดับเครดิตเทียบเท่ากับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย
สำหรับธุรกรรมดังกล่าว มีธนาคารชั้นนำทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วมหลัก ผู้รับประกันการจัดหาเงินกู้ และผู้จัดการการจัดสรรวงเงินร่วม รวมถึงผู้ประสานงานหลัก ได้แก่ DBS Bank, Mizuho Bank, MUFG Bank, Natixis สาขาสิงคโปร์, Sumitomo Mitsui Banking Corporation สาขาสิงคโปร์ และ United Overseas Bank โดยมี Mizuho Bank ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ดูแลผลประโยชน์ของกลุ่มธนาคารร่วมด้วย

