เปิดขุมทรัพย์ “โรงสกัดปาล์มน้ำมัน” ส่องแชมป์สินทรัพย์รวม PCE นำทัพ 7.11 พันล้านบาท

สำรวจขุมทรัพย์ 7 บจ. สกัดน้ำมันปาล์ม พบ PCE แชมป์สินทรัพย์รวมไตรมาส 1/69 สูงสุด 7.1 พันล้านบาท ชูโมเดลครบวงจรคุมเบ็ดเสร็จ ขณะที่ UVAN-SMO แท็กทีมยึดท็อป 3 เปิดศึกชิงซัพพลายเชนต้นน้ำ หวังล็อกต้นทุน CPO ท่ามกลางสมรภูมิราคาผันผวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่มี ธุรกิจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ทั้งสิ้น 7 บริษัท พบว่าแต่ละแห่งต่างมีมูลค่าสินทรัพย์รวมและโครงสร้างทรัพย์สินที่แตกต่างกันไปตามกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การถือครองซัพพลายต้นน้ำ การจัดระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและการแข่งขัน

บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ครองอันดับ 1 ของกลุ่มโรงสกัดด้วยสินทรัพย์รวม 7,110.61 ล้านบาท โดยดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จุดเด่นคือการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันปาล์มและด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง ทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม โรงงานผลิตไบโอดีเซล B100 โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน รวมทั้งท่าเรือขนาด 500 ตันกรอส กองเรือขนส่งน้ำมันปาล์ม รถขนส่งน้ำมันปาล์ม และคลังเก็บน้ำมันปาล์ม ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

​ถัดมา บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)  หรือ UVAN อยู่ในอันดับ 2 มีสินทรัพย์รวม 6,898.23 ล้านบาท ถือเป็นผู้นำธุรกิจต้นน้ำของอุตสาหกรรม โครงสร้างทรัพย์สินหลักมาจากการถือครองสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่หลายหมื่นไร่ ซึ่งนับเป็นสินทรัพย์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง พร้อมทั้งมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์ม ส่งผลให้บริษัทมีความมั่นคงด้านวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงาน

​ส่วน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO อยู่ในอันดับ 3 ด้วยสินทรัพย์รวม 5,636.10 ล้านบาท มุ่งเน้นการบริหารซัพพลายเชนที่มีความคล่องตัว ทรัพย์สินสำคัญคือโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ขนาดที่เหมาะสม ระบบรับซื้อผลปาล์มสด และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการรับซื้อวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานได้อย่างรวดเร็ว

​ด้าน บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)  หรือ CPI มีสินทรัพย์รวม 4,923.78 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยมีทรัพย์สินครอบคลุมทั้งสวนปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัด CPO โรงกลั่นน้ำมันพืชภายใต้แบรนด์ “ลีลา” และระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าจากของเหลือใช้ในกระบวนการหีบสกัด

​สำหรับ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)  หรือ UPOIC มีสินทรัพย์รวม 2,228.52 ล้านบาท เน้นธุรกิจสวนปาล์มและการผลิตวัตถุดิบขั้นต้น โดยมีสินทรัพย์หลัก ได้แก่ พื้นที่สวนปาล์ม สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว โรงเพาะพันธุ์ปาล์ม และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพื่อป้อนวัตถุดิบให้แก่โรงกลั่นในกลุ่มบริษัทแม่

​ขณะที่ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)  หรือ VPO มีสินทรัพย์รวม 904.54 ล้านบาท มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เป็นหลัก พร้อมต่อยอดทรัพย์สินสู่พลังงานหมุนเวียน โดยลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass Power Plant) เพื่อสร้างกระแสรายได้เพิ่มเติมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กากปาล์มจากโรงสกัด

​ส่วน บริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)  หรือ APO มีสินทรัพย์รวม 557.79 ล้านบาท แม้จะมีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่ม แต่มีจุดเด่นด้านความคล่องตัวในการดำเนินงาน ทรัพย์สินเด่นคือโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเครื่องจักรสมัยใหม่และลานรับซื้อผลปาล์มสดในพื้นที่ เพื่อเพิ่มอัตราการหีบสกัดและลดต้นทุนทางการผลิต

​ทั้งนี้ การจัดอันดับสินทรัพย์ของ บจ. กลุ่มโรงสกัดปาล์มน้ำมัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการแต่ละรายต่างมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพโรงงานสกัด CPO ของตนเอง ควบคู่ไปกับการบริหารทรัพย์สินรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ระบบขนส่ง หรือโรงไฟฟ้า เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button