“ทริสเรทติ้ง” คงเครดิต JMART ระดับ BBB แนวโน้ม Stable

"ทริสเรทติ้ง" คงอันดับเครดิตองค์กร JMART ที่ระดับ "BBB" พร้อมแนวโน้ม "Stable" (คงที่) และจัดอันดับหุ้นกู้ใหม่วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาทที่ BBB- เพื่อใช้รีไฟแนนซ์หนี้ ชี้ผลประกอบการยังถูกกดดันจากธุรกิจบริหารหนี้ของ JMT ที่ฟื้นตัวช้าตามภาวะเศรษฐกิจ


บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด รายงานว่า ณ วันที่ 14 ก.ค.2569 ทริสฯได้ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท อายุไม่เกิน 3 ปี ที่ระดับ “BBB-” เพื่อนำเงินไปชำระคืนหนี้ ขณะเดียวกันยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิทั้งที่มีและไม่มีหลักประกันชุดเดิมของบริษัทไว้ที่ระดับ “BBB-”

โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ของ JMART อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กร 1 ขั้น เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนหนี้ที่มีลำดับการได้รับชำระคืนก่อนอยู่ในระดับสูง โดย ณ สิ้นเดือนมี.ค.2569 อัตราส่วนหนี้ดังกล่าวคิดเป็น 51% ของหนี้สินรวม ส่งผลให้เจ้าหนี้หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันมีสถานะเสียเปรียบอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระคืนก่อน

ทั้งนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนสถานะทางธุรกิจในระดับปานกลางของ JMART ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหลัก ได้แก่ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของกลุ่มยังเผชิญแรงกดดัน โดย EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 1/2569 ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 1,100 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บเงินสดของ JMT ที่ยังอ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้การจัดเก็บเงินสดลดลง 12% เหลือ 1,200 ล้านบาท และทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 4.7 เท่า จาก 4.5 เท่า ณ สิ้นปี 2568

ทริสฯมองว่า การฟื้นตัวของ JMT จะยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับปรุงผลการดำเนินงานและการลดภาระหนี้ของกลุ่มเจมาร์ท แต่การฟื้นตัวยังถูกจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แม้ในไตรมาสแรกปี 2569 JMT จะเร่งลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมูลค่า 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 45 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแม้จะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต แต่ก็เพิ่มแรงกดดันต่อระดับหนี้ของกลุ่ม ขณะที่ธุรกิจหลักอื่น ทั้งธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและธุรกิจบริหารคอมมูนิตี้มอลล์ ยังมีแนวโน้มเติบโตจำกัดภายใต้สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

ด้านสภาพคล่อง ทริสฯประเมินว่า JMART ยังสามารถบริหารจัดการได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทมีแผนชำระคืนหุ้นกู้ JMART26OA ผ่านการออกหุ้นกู้ชุดใหม่และใช้กระแสเงินสดบางส่วน พร้อมมองว่านโยบายที่ให้ความสำคัญกับการลดหนี้มากกว่าการขยายการลงทุน จะช่วยสนับสนุนฐานะสภาพคล่องของบริษัท

สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” สะท้อนความคาดหวังว่าระดับภาระหนี้ของบริษัท ซึ่งวัดจากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA จะยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยโอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตยังมีจำกัดในระยะสั้น แต่หากบริษัทสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ลงต่ำกว่า 4 เท่าได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นปัจจัยบวกต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ในทางกลับกัน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลด หากผลการดำเนินงานอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีการลงทุนเชิงรุกโดยพึ่งพาเงินกู้เป็นหลัก จนทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA เพิ่มสูงเกิน 6.5 เท่า

Back to top button