
KSS ชูงบ “แบงก์” โตเกินคาด ชี้เป้า KBANK-KKP-ADVANC รับโฟลว์ก้อนใหม่
KSS ชูหุ้นเด่น KBANK, KKP, ADVANC รับพื้นฐานแกร่งแนวโน้มกำไรโตเด่น พร้อมมองตลาดหุ้นไทย Sideways up รับปัจจัยบวกสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายลง ประกอบกับงบ Q2 กลุ่มธนาคารออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด และความหวังเม็ดเงินลงทุนใหม่จากนโยบายบัญชีออมทรัพย์ส่วนบุคคลของรัฐบาล
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ขณะนี้แนะนำหุ้นเด่น 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ 1.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 260.00 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจ Wealth Management ส่วนภาพรวมกำไรทั้งปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 2.3% แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยจะลดลง พร้อมมองเห็นโอกาสการปรับเพิ่มมูลค่า (Re-rating) จากค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management และรอบการลงทุน
2.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 130.00 บาท กำไรไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด หนุนให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้นปีละ 10% คาดว่ากำไรปี 2569 จะเติบโตเร่งตัวขึ้นถึง 32% โดยมีธุรกิจ Wealth Management เป็นตัวชูโรง พร้อมจุดเด่นด้านคุณภาพสินทรัพย์และเงินปันผลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.6% จากปี 2568 ที่อยู่ในระดับ 5.7 บาทต่อหุ้น
และ 3.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 417.00 บาท คาดการณ์กำไรไตรมาส 2/2569 จะเติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดดเด่นจากการบริหารต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2569 ประเมินว่าจะเติบโตได้ 7.9% คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลวดครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 2.3% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวก (Upside) ในระยะถัดไปจากธุรกิจใหม่ตามเมกะเทรนด์ เช่น Data Center
สำหรับปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของธนาคารขนาดกลาง ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ออกมาดีกว่าคาดการณ์ โครงสร้างรายได้จากธุรกิจ Wealth Management และคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้มีความคาดหวังเชิงบวกต่อผลกำไรของธนาคารขนาดใหญ่ที่จะรายงานออกมา
นอกจากนี้ ยังมีกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund flows) ที่ซื้อสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องถึง 18 ใน 19 วันทำการ ประกอบกับความคาดหวังเรื่องเม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่จะกลับเข้ามาใหม่ จากแผนการเปิดตัวบัญชีการออมส่วนบุคคลของรัฐบาลที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 6.0 แสนบาท โดยประเมินว่าเม็ดเงินใหม่ทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับขึ้นได้ 25-30 จุด

