
“พบชัย” มอง SET ไซด์เวย์ดาวน์! รับแรงกดดัน “DELTA-น้ำมันพุ่ง” ชู ERW-GPSC เด่น
“พบชัย ภัทราวิชญ์” InnovestX ประเมิน SET แกว่งไซด์เวย์ดาวน์ในกรอบ 1,630–1,650 จุด รับแรงกดดันจากงบ DELTA ต่ำกว่าคาดราว 35% และราคาน้ำมันร่วง ฉุด PTTEP หุ้นโรงกลั่น และปิโตรเคมี ขณะที่หุ้นท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ได้อานิสงส์ พร้อมชู ERW-GPSC เด่นรับสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค.69) นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ดาวน์ในกรอบ 1,630–1,650 จุด แม้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการของ DELTA และราคาน้ำมันที่ลดลง
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ DELTA ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดประมาณ 35% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนชิปเฉพาะทางและอุปกรณ์กำลังไฟฟ้าระดับสูง โดยต้องติดตามการประชุมนักวิเคราะห์และมุมมองของผู้บริหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตกว่า 30%
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงราว 5–6% มีแนวโน้มกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP รวมถึงกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี อาทิ BCP, TOP, SPRC, PTTGC และ IVL
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ มีโอกาสได้รับแรงซื้อจากต้นทุนพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลง
สำหรับแนวโน้มระยะกลาง มองว่าดัชนีบริเวณ 1,600 จุดยังเป็นแนวรับสำคัญ โดยมีกระแสเงินทุนต่างชาติช่วยประคองตลาด แม้ที่ผ่านมาเม็ดเงินจะกระจุกตัวในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ธนาคาร และรับเหมาก่อสร้าง แต่ระยะต่อไปคาดว่าจะเกิดการหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยและต่างชาติถือครองต่ำ เช่น ค้าปลีก ไฟแนนซ์ โรงพยาบาล และท่องเที่ยว
ด้านหุ้นธนาคารยังมีความน่าสนใจจากอัตราเงินปันผลราว 5–8% แต่หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 แล้ว อาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น จึงแนะนำรอซื้อเมื่อราคาปรับตัวลง ก่อนเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในเดือนหน้าไปจนถึงเดือนกันยายน
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น แนะนำบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะเติบโตราว 21% จากปีก่อน ซึ่งโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ขณะเดียวกัน ในไตรมาส 4/69 มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ รวมถึงการจัดประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะช่วยหนุนอัตราการเข้าพักโรงแรม
นอกจากนี้ แนะนำบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ช่วยลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงิน พร้อมมีปัจจัยบวกจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ที่คาดว่าจะประกาศในเดือนหน้า โดยเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ GPSC มีความเชี่ยวชาญ
ขณะเดียวกัน GPSC ยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงแผนนำธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศอินเดียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อมูลค่าหุ้นในระยะต่อไป
