
NER ส่งซิก Q3 ฟื้นตัว ตามราคายางสูงขึ้น มั่นใจรายได้ปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท
NER ส่งซิกผลงานไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวตามราคายางปรับสูงขึ้น แม้ปรับลดเป้าปริมาณขายเหลือ 4.4 แสนตัน จากวัตถุดิบตึงตัว แต่ยังคงเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายตลาดอินเดีย รองรับการเติบโตในอนาคต
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยภาพรวมธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 7,143.58 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ และการบริหารความเสี่ยงด้านราคา แม้ภาวะตลาดยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสภาพภูมิอากาศ
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางราคายางที่อยู่ในระดับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่สามารถระบุตัวเลขผลประกอบการในช่วงดังกล่าวได้ในขณะนี้
ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท แม้คาดว่าปริมาณการผลิตและยอดขายจะลดลงจากเป้าหมายเดิม 500,000 ตัน เหลือประมาณ 440,000 ตัน เนื่องจากปริมาณการรับซื้อวัตถุดิบในช่วงไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยชดเชยปริมาณการขายที่ลดลง และทำให้บริษัทยังคงสามารถรักษาเป้าหมายรายได้ไว้ได้
ด้านโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 บริษัทตัดสินใจชะลอโครงการออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอยู่ระหว่างติดตามความชัดเจนของสถานการณ์วัตถุดิบยางพารา หลังประเมินความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตยางในระยะต่อไป บริษัทจึงเลือกบริหารความเสี่ยงและมุ่งรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานที่มีอยู่เดิมเป็นหลัก
ส่วนความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปัจจุบันยังไม่มีการส่งมอบวัตถุดิบเพิ่มเติม หลังจากมีการส่งมอบล็อตใหญ่เมื่อปลายปีก่อน โดยบริษัทจะหารือร่วมกับ กยท. เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์การขยายตลาด บริษัทเดินหน้าหาลูกค้ารายใหม่ในประเทศอินเดีย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ขณะที่ตลาดลูกค้าเดิมในประเทศจีนและสิงคโปร์มีฐานลูกค้าเพียงพอและเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ทำให้บริษัทยังไม่มีแผนขยายลูกค้าเพิ่มเติมในตลาดดังกล่าว
ในส่วนของความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ บริษัทประเมินว่าผลกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพอากาศในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม โดยคาดว่าผลกระทบอาจเริ่มสะท้อนต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 1-3 ปี 2570 มากกว่าปี 2569 เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อรองรับเกือบครบทั้งปีแล้ว
ด้านการจัดหาวัตถุดิบ ในช่วงต้นปีบริษัทได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่มาช้า ส่งผลให้การเปิดกรีดยางล่าช้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ โดยปรับแผนการผลิตระหว่างโรงงานในแต่ละไตรมาสให้สอดคล้องกับปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่ และรักษาประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายปริมาณขายที่ปรับใหม่ได้

