
“กัณฑรา” มอง SET ย่อไม่หลุดฐาน! Fund Flow ยังไหลเข้า แนะเก็บ 5 หุ้นเด่น ส.ค.
“กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” FSS มองหุ้นไทยย่อเพื่อสร้างฐาน Fund Flow ต่างชาติยังมีโอกาสไหลเข้าต่อ รับพื้นฐานแบงก์-สื่อสาร-พลังงานแข็งแกร่ง มองจังหวะอ่อนตัวเป็นโอกาสสะสม ชู BTG-ITC-MAGURO-SJWD-STA เด่นเดือนส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นมีโอกาสพักตัว หลังความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นมาอยู่บริเวณ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาคอยู่ในทิศทางอ่อนตัว ทั้งตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความผันผวนสูง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสอยู่ในลักษณะพักตัวเพื่อรอดูสถานการณ์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพของ Fund Flow ต่างชาติ นายกัณฑรามองว่า ยังมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง หลังช่วงเดือนที่ผ่านมาเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิในระดับกว่า 4 หมื่นล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพสะสมของปีอยู่ในระดับประมาณ 7.5-7.6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ลักษณะการเข้าซื้อยังเน้นหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นใน SET50 และกลุ่มธนาคาร สะท้อนว่าเงินทุนต่างชาติยังให้ความสนใจกับหุ้นไทย ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายอุตสาหกรรมมีทิศทางดีขึ้น ทั้ง กลุ่มธนาคาร สื่อสาร โรงพยาบาล และพลังงาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการลงทุน
นอกจากนี้ หุ้นไทยยังมีความน่าสนใจจากระดับผลตอบแทน (Yield) และ Valuation เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ ทำให้เงินทุนที่ไหลเข้ามามีทั้งส่วนของนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นและส่วนที่ต้องการลงทุนระยะยาว รวมถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับทิศทางค่าเงินบาท
สำหรับกรณีที่นักลงทุนมีการไถ่ถอนกองทุนหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง นายกัณฑรามองว่า เงินบางส่วนที่ออกจากกองทุนอาจไม่ได้หายไปจากตลาดทั้งหมด แต่มีโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดผ่านการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนรายย่อยได้เช่นกัน
ดังนั้น ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงยังมองเป็น “การย่อเพื่อปรับฐาน” มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางของตลาด โดยนักลงทุนสามารถใช้จังหวะที่ตลาดอ่อนตัวทยอยเลือกสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความคุ้นเคย โดยใช้ปัจจัยทางเทคนิคประกอบการหาจังหวะเข้าลงทุน
ส่วนหุ้นเด่นประจำเดือนสิงหาคม FSS คัดเลือก บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC, บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO, บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD และบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เป็นหุ้นที่น่าสนใจ โดยแนะนำให้เลือกลงทุนตามความเข้าใจและความมั่นใจในแต่ละบริษัท ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมด
นายกัณฑรายังกล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ว่า แม้ตลาดหุ้นในกระดานจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาด IPO ยังไม่กลับมาคึกคัก เนื่องจากหุ้น IPO หลายบริษัทในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถยืนเหนือราคาจองได้ ส่งผลให้บริษัทที่เตรียมเข้าตลาดต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนมากขึ้น
โดยเฉพาะ ผลประกอบการและกำไรที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งปัจจุบันนักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่ากำไรจากการคาดการณ์ บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนจึงต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง และทำได้ตามแผนที่เคยให้ไว้กับนักลงทุน
หากมีหุ้น IPO รุ่นใหม่ที่สามารถเข้าซื้อขายและให้ผลตอบแทนเหนือราคาจองได้อย่างแข็งแกร่ง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและอาจทำให้บริษัทอื่นกลับมาเดินหน้าเข้าตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนสามารถนำหุ้น IPO เดิมที่ราคาปรับลงต่ำกว่าราคาจองกลับมาศึกษาได้ โดยพิจารณาว่า ปัจจัยพื้นฐานยังดีหรือไม่ ผลประกอบการเป็นไปตามที่ผู้บริหารเคยให้เป้าหมายไว้หรือไม่ หากบริษัทสามารถสร้างกำไรได้จริงและแนวโน้มธุรกิจยังแข็งแกร่ง หุ้นดังกล่าวอาจเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว

