TTB ปั้น ttb business one สู่ Growth Navigator ช่วยธุรกิจบริหาร FX-การเงิน

TTB เผยผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกเผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษี ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินดอลลาร์ผันผวนกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี แนะใช้สกุลเงินท้องถิ่นและบริหารธุรกรรมหลายสกุลเงินลดความเสี่ยง พร้อมยกระดับ ttb business one เชื่อมข้อมูลการเงิน-ธุรกรรมในแพลตฟอร์มเดียว เตรียมต่อยอด AI สู่บทบาท “Digital CFO” หนุนธุรกิจตัดสินใจแม่นยำและเติบโตได้มั่นใจ


นางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ต้องเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่เคย ทั้งจากมาตรการทางการค้า (Tariff) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ส่งผลให้ต้นทุนซัพพลายเชนปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับปรับรูปแบบการทำธุรกรรม ไปสู่การใช้ “หลายสกุลเงิน” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการซื้อขาย

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี “โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”

แนวทางที่ช่วยลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเงินบาทมากกว่า ซึ่งทีทีบีช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้น ผ่านบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ทีทีบี (ttb multi-currency account) ที่รองรับธุรกรรมได้ถึง 11 สกุลเงินหลักภายในบัญชีเดียว ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย ทั้งในและต่างประเทศ

ในส่วนของธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ถูกเชื่อมต่อให้อยู่ในที่เดียวผ่าน ttb business one ตั้งแต่การโอนเงินไปให้คู่ค้าต่างประเทศที่รองรับถึง 24 สกุลเงินครอบคลุมกว่า 240 ประเทศทั่วโลก ทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการค้าที่รองรับทั้งสกุลเงินบาท ดอลลาร์ และสกุลท้องถิ่น อย่างเช่นสกุลเงินหยวน ทีทีบีมีบริการ Yuan Full Pay ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมกับคู่ค้าจีนโดยเฉพาะ ttb business one จึงเป็นเครื่องมือช่วยจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว พร้อมตอบโจทย์ทุกจังหวะของธุรกิจ

ด้านนายรัชกร ชยาภิรัต ประธานกลุ่มเทคโนโลยี ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB กล่าวว่า ttb business one ถูกออกแบบโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาจากความเข้าใจ Pain Point ของผู้ประกอบการ ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมผลิตภัณฑ์ ทีมธุรกิจ และทีมเทคโนโลยี ตั้งแต่การช่วยให้ SME เข้าถึงธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมต่อยอดข้อมูลการเงินร่วมกับข้อมูลภายนอกเพื่อสร้าง Insight ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ลูกค้าจึงสามารถเห็นภาพรวมรายรับ–รายจ่ายและสถานะวงเงินสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์ผ่านแดชบอร์ดเดียว โดยในระยะถัดไป ทีทีบีเตรียมนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ

ttb business one ยังรองรับการจัดทำรายงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันการจัดการสิทธิ์ด้วยตนเอง ที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารข้อมูลบริษัท ผู้ใช้งาน สิทธิ์การใช้งาน และวงเงินต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องส่งเอกสารผ่านส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกรรมและลดขั้นตอนการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระยะต่อไป ttb business one จะต่อยอดสู่บทบาท “Digital CFO” ที่ช่วยสรุป วิเคราะห์ และให้คำแนะนำเชิงธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการได้แม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงเครื่องมือดิจิทัล ข้อมูลเชิงลึก และโซลูชันทางการเงินไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ttb business one จึงไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของทีทีบีในฐานะ Growth Navigator ที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ และเติบโตได้อย่างมั่นใจในทุกจังหวะของธุรกิจ

Back to top button