“ทองคำ” ยังผันผวนสูง GCAP แนะกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” แนวรับ 64,800 บาท

GCAP GOLD มองราคาทองคำในระยะนี้มีความผันผวนสูง แนะนำกลยุทธ์รอเข้าซื้อทองคำเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 64,800–64,500 บาท และเลี่ยงการไล่ราคา พร้อมให้จับตา 2 ปัจจัยหลัก ทั้งความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ควรรอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากราคาทองคำเพิ่งทะลุกรอบการแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในระยะสั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง

โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 4,160–4,120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราคาทองคำไทยประมาณ 64,800–64,500 บาท ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับมาทดสอบหลังจากทะลุกรอบขึ้นไปได้ ขณะที่แนวต้านสำคัญประเมินไว้ที่ 4,330–4,365 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,300–67,800 บาท หากราคาย่อตัวลงมาแต่ยังสามารถยืนหยัดเหนือแนวรับได้ จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดระดับ 4,120 ดอลลาร์สหรัฐ แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับในลำดับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ราคาทองคำระยะนี้มีแนวโน้มผันผวนสูง แนะนำให้ติดตาม 2 ปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคา ได้แก่ 1.ความคืบหน้าในการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และ 2. การรายงานตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญในการชี้วัดทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลงชั่วคราว ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ระงับแผนการโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดทางให้กระบวนการเจรจาดำเนินต่อไป ล่าสุดทางการสหรัฐฯ เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ที่ทั้งสองประเทศอาจบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งความคืบหน้าดังกล่าวมีส่วนช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก หากการเจรจาประสบผลสำเร็จและสามารถเปิดการเดินเรือได้อย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อลง

Back to top button