
รัฐจ่อขึ้นภาษี EV นำเข้า! “หยวนต้า” ชู SAT หุ้นเด่นกลุ่มชิ้นส่วน เคาะเป้า 18.80 บ.
รัฐบาลเตรียมชง ครม. ก.ย. 2569 ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV เพิ่มอัตราภาษีรถนำเข้า จูงใจตั้งโรงงานใช้ชิ้นส่วนในประเทศ บล.หยวนต้า มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่ม Auto Parts ยก SAT เป็น Top Pick เคาะเป้า 18.80 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีแนวทางให้รถยนต์ EV นำเข้าที่ไม่มีฐานการผลิตในประเทศไทยเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งโรงงานและใช้เครือข่ายการผลิตในประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า โดยคาดว่าจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.ย. 2569
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เสนอให้เพิ่มส่วนต่างภาษีระหว่างรถยนต์ EV ที่นำเข้าและรถยนต์ EV ที่ผลิตในประเทศเป็นอย่างน้อย 30-50% จากปัจจุบันที่มีส่วนต่างประมาณ 8% เพื่อสนับสนุนการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากกระทรวงการคลังและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า แนวทางดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (Auto Parts) เนื่องจากจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ และเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตรถยนต์ EV โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีน เพิ่มการลงทุนและใช้ Local Supply Chain ในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการรับคำสั่งซื้อของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับอัตราภาษี เงื่อนไข Local Content รวมถึงกำหนดวันเริ่มบังคับใช้ ทำให้หยวนต้ายังไม่นำผลบวกจากนโยบายดังกล่าวมารวมไว้ในประมาณการผลประกอบการ
บล.หยวนต้าประเมินว่า บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH, บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT, บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY และบริษัท อีสต์โคสท์แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มีโอกาสได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศ (Localization) ของอุตสาหกรรม EV ในระยะกลาง
ปัจจุบัน AH และ SAT เริ่มมีคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ EV แล้วบางส่วน แต่ยังมีสัดส่วนไม่มาก ขณะที่ STANLY ยังไม่มีคำสั่งซื้อจากรถยนต์ EV ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หยวนต้ามองว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป จากการทยอยขยายกำลังการผลิตรถยนต์ EV ของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นในประเทศไทย
ทั้งนี้ Toyota, Honda และ Isuzu เริ่มมีฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทยแล้ว ขณะที่ Mitsubishi มีแผนลงทุนและศึกษาการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมในไทย ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการรับคำสั่งซื้อใหม่ของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศในระยะกลาง
สำหรับหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเชิงลบ หยวนต้ามองว่าเป็น Sentiment ลบต่อหุ้น MPC และ ASAP ซึ่งมีธุรกิจนำเข้ารถยนต์ EV เข้ามาจำหน่ายในประเทศ ขณะที่ KGEN มีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย และถือหุ้นโดยตรงในโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.หยวนต้าเลือก SAT เป็น Top Pick ของกลุ่ม โดยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบจากภาวะอุตสาหกรรมที่อ่อนตัวลงไปมากแล้ว ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัวตามยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศและคำสั่งซื้อใหม่ในระยะถัดไป
นอกจากนี้ SAT ยังมี Upside เพิ่มเติม หากผู้ผลิตรถยนต์เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศตามนโยบาย Localization โดยหยวนต้าคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAT และกำหนดราคาเป้าหมายที่ 18.80 บาทต่อหุ้น