KS-YUANTA แนะซื้อ TURBO ชูสินทรัพย์แกร่ง-ปันผลเด่น เป้าสูง 2.56 บาท

บล.กสิกรไทย (KS) แนะนำซื้อ TURBO ราคาเป้าหมาย 2.56 บาท มองคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง ชูจุดแข็งมูลค่าหุ้นยังไม่แพง คาดการณ์เงินปันผลจูงใจถึง 4-6% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้น ขณะที่ บล.หยวนต้า แนะซื้อราคาเป้า 2.30 บาท


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุคำแนะนำซื้อหุ้น บริษัท เทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ TURBO ราคาเป้าหมาย 2.56 บาท หลังมองคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับที่ไม่แพง

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ TURBO เนื่องจากมูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังถือว่าไม่แพง โดยซื้อขายบนอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) ปี 2569 ที่ 1.0 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (PER) ที่ 6.3 เท่า แม้จะประเมินว่าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) จะอยู่ในระดับสูงถึง 17-18% และกำไรปกติจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 3 ปีสูงถึง 25.1% ซึ่งสะท้อนผ่านอัตราส่วน PEG ที่ระดับ 0.25 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าสนใจต่อการลงทุน

ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด (มหาชน) หรือ YUANTA ระบุว่า ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ของ TURBO ไว้ที่ 564 ล้านบาท เติบโต 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีก 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในปี 2570

ทั้งนี้ มองว่า TURBO มีผลดำเนินงานขยายตัวได้ดี ส่งผลให้ ROE ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่ตอบสนองเชิงบวกและยังมีอัปไซด์ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานของปี 2570 ที่ 2.30 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 1.85 บาท) พร้อมคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อีกราว 3%

ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ของ TURBO จะกลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. รายได้ดอกเบี้ยรับที่คาดว่าจะเติบโตตามพอร์ตสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้น รวมถึง NIM ที่ขยายตัวจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 2. รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยซึ่งจะขยายตัวตามการขายประกันผ่านสาขาที่เพิ่มขึ้น

3.การตั้งสำรองที่คาดว่าจะลดลง เนื่องจากได้ตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไปแล้วในครึ่งปีแรก ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และ 4. อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ที่คาดว่าจะปรับลดลงจากการชะลอเปิดสาขาใหม่และค่าเสื่อมของสาขาเดิมที่ลดลง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 2.30 บาท

Back to top button