
“บล.กรุงศรี” มองหุ้นไทยผันผวน จับตาการเมือง-ฟันด์โฟลว์ ชู KKP-GPSC-SCC เด่น
บล.กรุงศรีประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังผันผวน จับตาการเมืองในประเทศ ผลกระทบจาก FTSE เพิ่มเวียดนามเข้า Secondary EM และถ้อยแถลงประธาน Fed ขณะที่ CAPEX Cycle เริ่มมีแรงส่ง ชู KKP-GPSC-SCC หุ้นเด่นรับธีมลงทุนฟื้น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า นักลงทุนยังต้องติดตามความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากการที่ FTSE ปรับเพิ่มสถานะตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ดัชนี Secondary Emerging Market ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการจัดสรรเงินลงทุนในภูมิภาค รวมถึงการรอติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุม Jackson Hole ซึ่งจะมีผลต่อมุมมองทิศทางนโยบายการเงินและสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม KSS มองว่า ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้มีโอกาสสะท้อนแรงส่งของวัฏจักรการลงทุน หรือ CAPEX Cycle มากขึ้น ขณะที่สถานการณ์สงครามมีแนวโน้มเคลื่อนไปในทิศทางผ่อนคลาย ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยลดแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน และเปิดโอกาสให้หุ้นที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรการลงทุนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกลับมาโดดเด่น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS แบ่งหุ้นเด่นออกเป็น 3 ธีมหลัก โดยธีมแรก คือ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน หรือ Investment Theme ประกอบด้วยหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA
ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รวมถึงหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น
ธีมที่สอง คือ หุ้นที่สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์สงคราม ควบคู่กับการมี Premium จากวัฏจักรอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงบวกหลังสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ได้แก่ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL
ส่วนธีมที่สาม คือ กลุ่ม Recovery และ Re-rating ที่มีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
ขณะที่หุ้นเด่นประจำสัปดาห์ KSS เลือก 3 บริษัท ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP, GPSC และ SCC
โดย KKP ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 145 บาท มองว่าได้รับประโยชน์จากวงจรการลงทุน ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มผลประกอบการ โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 ยังมีทิศทางโดดเด่นต่อเนื่อง
ด้าน GPSC ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 61 บาท มีปัจจัยสนับสนุนจาก CAPEX Cycle และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ New PDP ขณะที่แรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้นคาดว่าจะอยู่ในกรอบจำกัดในระยะสั้น
ส่วน SCC ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 315 บาท โดย KSS มองว่าราคาหุ้นยังปรับตัวล่าช้า หรือ Laggard เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีอื่น ขณะที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่
ทั้งนี้ หุ้นเด่นในสัปดาห์ก่อน ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, HANA และ SCC ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 0.98% แต่ยังดีกว่าดัชนี SET ที่ปรับตัวลดลง 1.58% ในช่วงเดียวกัน
สำหรับหุ้นเด่นประจำเดือนสิงหาคม 2569 KSS เลือก GPSC, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, BH, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ SCC
ขณะที่หุ้นเด่นสำหรับไตรมาส 3/2569 ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, GULF, KBANK, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, GPSC, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, SCC, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และ BH
ส่วนกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ Mid-Small Cap Play ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, MTC, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ WHAUP

